Table of Contents

เงินทดรองจ่าย คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

เงินทดรองจ่าย คือ เงินที่บริษัทจ่ายล่วงหน้าให้พนักงานถือไปใช้จ่ายในงานของบริษัท แล้วพนักงานต้องนำใบเสร็จมาเคลียร์พร้อมคืนเงินที่เหลือภายหลัง ภาษาอังกฤษนิยมเรียกว่า Cash Advance หรือ Employee Advance คำว่า ทดรองจ่าย หมายถึง การออกเงินให้ไปก่อน แล้วค่อยมาสะสางกันทีหลัง บางที่ใช้คำว่า Advance Payment ซึ่งต้องระวัง เพราะในงานบัญชีคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย ไม่ใช่เงินที่ให้พนักงานถือไปใช้

สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน

  • เงินที่ยังไม่เคลียร์ยังเป็นเงินของบริษัท ถ้าไม่มีระบบติดตาม ยอดค้างเล็ก ๆ จากพนักงานหลายคนจะสะสมจนหาที่มาไม่ได้ตอนปิดบัญชี
  • ค่าใช้จ่ายจะใช้หักภาษีได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานครบ เงินทดรองที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงินถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (18))
  • ภาษีซื้อขอคืนได้เฉพาะเมื่อใบกำกับภาษีออกในชื่อบริษัท ถ้าพนักงานให้ร้านออกในชื่อตัวเอง ภาษีซื้อนั้นเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มาตรา 82/5 (1))

เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดไหนในงบการเงิน?

เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดสินทรัพย์หมุนเวียน ในงบแสดงฐานะการเงิน โดยมักแสดงรวมในลูกหนี้อื่นหรือแยกบรรทัดเป็น “เงินทดรองจ่ายพนักงาน” เหตุผลคือ ระหว่างที่ยังไม่เคลียร์ บริษัทมีสิทธิเรียกเงินคืนหรือเรียกหลักฐานการใช้จ่ายจากพนักงาน จึงเป็นสิทธิเรียกร้อง ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่าย

พอเคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริงจะย้ายไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนตามประเภท ส่วนที่เหลือกลับเป็นเงินสด ความหมายและประเภทของสินทรัพย์กลุ่มนี้อ่านเพิ่มได้ที่บทความสินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร

สถานะของเงินหมวดในงบตัวอย่างชื่อบัญชี
จ่ายให้พนักงานแล้ว ยังไม่เคลียร์สินทรัพย์หมุนเวียนเงินทดรองจ่ายพนักงาน / ลูกหนี้อื่น
เคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริงค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก
เคลียร์แล้ว ส่วนที่คืนบริษัทสินทรัพย์หมุนเวียนเงินสด / เงินฝากธนาคาร

ตารางนี้บอกว่าเงินทดรองจ่ายไม่เคยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่จ่าย จุดที่มักเข้าใจผิดคือ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนตั้งแต่วันเบิก ทำให้กำไรของงวดนั้นต่ำกว่าความจริง และตามไม่ได้ว่าเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้หายไปไหน


ขั้นตอนเบิกและเคลียร์เงินทดรองจ่ายมีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น คือ ขอเบิก อนุมัติและจ่ายเงิน ใช้จ่ายพร้อมเก็บหลักฐาน และเคลียร์เงินทดรองจ่ายภายในเวลาที่นโยบายกำหนด ทุกขั้นควรมีเอกสารรองรับ เพื่อให้ผู้ทำบัญชีบันทึกได้ถูกงวดและภาษีไม่ตกหล่น

สมมติคุณบอยเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งแอร์ วันหนึ่งช่างต้องออกไปหน้างานต่างอำเภอและอาจต้องซื้ออะไหล่เพิ่มหน้างาน คุณบอยจึงอนุมัติเงินทดรองจ่ายให้หัวหน้าช่าง 12,000 บาท

  1. ขอเบิก หัวหน้าช่างกรอกใบเบิกเงินทดรองจ่าย ระบุงานที่จะไปทำ ยอดเงิน และวันที่จะกลับมาเคลียร์
  2. อนุมัติและจ่ายเงิน ผู้มีอำนาจลงนาม แล้วโอนเงิน 12,000 บาทเข้าบัญชีพนักงาน การโอนดีกว่าจ่ายเงินสด เพราะมีหลักฐานว่าใครรับเงิน
  3. ใช้จ่ายและเก็บหลักฐาน ซื้ออะไหล่ 10,165 บาท ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท
  4. เคลียร์ กลับมาส่งใบกำกับภาษีพร้อมคืนเงินที่เหลือ 12,000 − 10,165 = 1,835 บาท ผู้อนุมัติตรวจแล้วส่งให้ฝ่ายบัญชีบันทึก

ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีรายการอะไร?

ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีข้อมูลพอให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรวจย้อนได้ว่าใครเบิก เบิกไปทำอะไร และต้องเคลียร์เมื่อไร รายการขั้นต่ำสรุปได้ตามตารางนี้

รายการในใบเบิกทำไมต้องมี
เลขที่ใบเบิกและวันที่ใช้อ้างอิงตอนเคลียร์และตามยอดค้าง
ชื่อ ตำแหน่ง แผนกผู้เบิกระบุว่าใครต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้
วัตถุประสงค์และงานหรือโครงการใช้ตรวจว่าค่าใช้จ่ายตอนเคลียร์ตรงกับงานที่ขอ
จำนวนเงินเป็นตัวเลขและตัวอักษรป้องกันการแก้ไขตัวเลข
กำหนดวันเคลียร์ใช้ติดตามยอดค้างเกินกำหนด
ลายเซ็นผู้เบิก ผู้อนุมัติ และผู้จ่ายเงินแยกหน้าที่ ไม่ให้คนเดียวเบิกเองอนุมัติเอง

สิ่งที่ต้องรู้คือ ใบเบิกเป็นเอกสารภายใน ใช้พิสูจน์การจ่ายเงินให้พนักงาน แต่ใช้แทนใบเสร็จของร้านค้าไม่ได้ ตอนเคลียร์ยังต้องมีหลักฐานจากผู้ขายเสมอ

ใช้เงินไม่หมดหรือใช้เกิน ต้องทำอย่างไร?

ใช้ไม่หมด พนักงานคืนเงินส่วนที่เหลือพร้อมใบเสร็จ ใช้เกิน บริษัทจ่ายส่วนต่างคืนให้พนักงานหลังตรวจหลักฐานแล้ว ทั้งสองกรณีต้องปิดยอดเงินทดรองจ่ายของพนักงานคนนั้นให้เป็นศูนย์

ถ้าเงินที่เหลือไม่ได้คืนในวันเคลียร์ ยอดนั้นยังค้างอยู่ในบัญชีเงินทดรองจ่ายพนักงาน และควรถูกติดตามจนกว่าจะคืนครบ


บันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายอย่างไร?

เงินทดรองจ่าย บันทึกบัญชี 2 จังหวะ คือ ตอนจ่ายให้พนักงานบันทึกเป็นสินทรัพย์ และตอนเคลียร์ล้างบัญชีนั้นออก แยกเป็นค่าใช้จ่าย ภาษีซื้อ และเงินที่คืน ตัวเลขต่อไปนี้ใช้กรณีร้านของคุณบอย

จังหวะที่ 1 จ่ายเงินทดรอง 12,000 บาท

บัญชีเดบิตเครดิต
เงินทดรองจ่ายพนักงาน12,000
เงินฝากธนาคาร12,000

จังหวะที่ 2 เคลียร์ ใช้จริง 10,165 บาท ซึ่งเป็นค่าอะไหล่ 9,500 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 9,500 × 7% = 665 บาท และคืนเงิน 1,835 บาท

บัญชีเดบิตเครดิต
อะไหล่และวัสดุติดตั้ง9,500
ภาษีซื้อ665
เงินสด1,835
เงินทดรองจ่ายพนักงาน12,000

รวมเดบิต 9,500 + 665 + 1,835 = 12,000 บาท เท่ากับยอดที่ล้างออกพอดี จุดที่คนพลาดบ่อยคือ บันทึกค่าอะไหล่ 10,165 บาททั้งก้อน ทำให้เสียสิทธิใช้ภาษีซื้อ 665 บาทไปโดยไม่รู้ตัว

กรณีใช้เกิน สมมติงานถัดไปใช้จริงค่าอะไหล่ 12,500 บาท ภาษีซื้อ 875 บาท รวม 13,375 บาท บริษัทต้องจ่ายเพิ่มให้ช่าง 13,375 − 12,000 = 1,375 บาท

บัญชีเดบิตเครดิต
อะไหล่และวัสดุติดตั้ง12,500
ภาษีซื้อ875
เงินทดรองจ่ายพนักงาน12,000
เงินสด1,375

ถ้าพนักงานใช้เงินทดรองไปจ่ายค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น จ้างผู้รับเหมาช่วงยกของขึ้นตึก หน้าที่หักและนำส่งยังเป็นของบริษัทในฐานะผู้จ่ายตัวจริง ไม่ใช่ของพนักงาน อัตราที่ต้องหักขึ้นกับประเภทเงินได้ จึงควรให้พนักงานแจ้งฝ่ายบัญชีก่อนจ่ายทุกครั้ง


ทดรองจ่ายแทนลูกค้าคืออะไร และบันทึกต่างกันอย่างไร?

ทดรองจ่ายแทนลูกค้า คือ กรณีที่ธุรกิจออกเงินจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นของลูกค้าไปก่อน แล้วเรียกเก็บคืนเท่ากับที่จ่ายจริง ต่างจากเงินทดรองพนักงานตรงที่เงินก้อนนี้ไม่ได้ใช้ในงานของเราเอง จึงไม่ควรบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายของเรา แต่บันทึกเป็นลูกหนี้ลูกค้า

ธุรกิจที่เจอกรณีนี้บ่อยคือ ชิปปิ้งที่จ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า สำนักงานบัญชีที่จ่ายค่าธรรมเนียมราชการแทนลูกค้า และเอเจนซีที่จ่ายค่าสถานที่แทนลูกค้า

ตัวอย่าง: บริษัทชิปปิ้งของคุณต้นจ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า 8,640 บาท ตามใบเสร็จที่ออกในชื่อผู้นำเข้า แล้วเรียกเก็บคืนพร้อมค่าบริการของตัวเอง

  • ตอนจ่าย: เดบิต ลูกหนี้ลูกค้า (ทดรองจ่ายแทน) 8,640 บาท / เครดิต เงินฝากธนาคาร 8,640 บาท
  • ตอนลูกค้าจ่ายคืน: เดบิต เงินฝากธนาคาร 8,640 บาท / เครดิต ลูกหนี้ลูกค้า (ทดรองจ่ายแทน) 8,640 บาท
  • ค่าบริการชิปปิ้งของคุณต้นเอง: ออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีแยก และรับรู้เป็นรายได้ตามปกติ

หลักที่ช่วยแยกคือ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายนั้น และเอกสารออกในชื่อใคร มาตรฐาน TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565 ยังเพิ่มแนวทางพิจารณาว่ากิจการเป็นตัวการหรือตัวแทน ซึ่งใช้ตัดสินเรื่องนี้ได้ตรง ๆ

ภาระภาษีของกรณีนี้ขึ้นกับรูปแบบสัญญาและชื่อในเอกสารเป็นหลัก วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้ผู้ขายออกเอกสารในชื่อลูกค้า เรียกเก็บคืนเท่ายอดจริงโดยแยกจากค่าบริการ และถ้าธุรกิจทำรายการแบบนี้เป็นประจำ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ยืนยันวิธีปฏิบัติก่อน

กรรมการหรือพนักงานออกเงินส่วนตัวจ่ายแทนบริษัท บันทึกอย่างไร?

กรณีนี้กลับด้านกับเงินทดรองจ่าย บริษัทไม่ได้ให้เงินไปก่อน แต่กรรมการหรือพนักงานควักเงินส่วนตัวจ่ายแทน บางที่เรียกว่าเงินสำรองจ่าย หรือทดรองจ่ายจากเงินส่วนตัว บริษัทจึงเป็นหนี้คนนั้น ต้องบันทึกเป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้กรรมการหรือเจ้าหนี้พนักงาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย

สมมติคุณบอยรูดบัตรเครดิตส่วนตัวซื้อเครื่องมือให้บริษัท 4,280 บาท (ราคาก่อนภาษี 4,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 280 บาท) และขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท

  • ตอนซื้อ: เดบิต เครื่องมือ 4,000 บาท และภาษีซื้อ 280 บาท / เครดิต เจ้าหนี้กรรมการ 4,280 บาท
  • ตอนบริษัทโอนคืน: เดบิต เจ้าหนี้กรรมการ 4,280 บาท / เครดิต เงินฝากธนาคาร 4,280 บาท

ถ้ากรรมการจ่ายแทนบ่อยและไม่โอนคืน ยอดเจ้าหนี้กรรมการจะโตจนกลายเป็นเงินกู้ยืมกรรมการในงบ ควรสรุปและโอนคืนเป็นรอบ เช่น ทุกสิ้นเดือน


เงินทดรองจ่ายต่างจากเงินสดย่อยอย่างไร?

เงินทดรองจ่ายให้ไปเป็นครั้ง ๆ ตามงาน แล้วเคลียร์ปิดยอดเป็นรายครั้ง ส่วนเงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่ที่เก็บไว้ในบริษัทเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน แล้วเบิกชดเชยให้กลับมาเต็มวงเงิน ระบบวงเงินคงที่นี้เรียกว่า Imprest System ซึ่งเป็นของเงินสดย่อย ไม่ใช่ชื่อเรียกอื่นของเงินทดรองจ่าย

ประเด็นเงินทดรองจ่ายเงินสดย่อย
ใช้เมื่อไรงานเฉพาะครั้ง เช่น เดินทาง ซื้อของหน้างานค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน
ใครถือเงินพนักงานที่ออกไปทำงานนั้นผู้รักษาเงินสดย่อยที่ได้รับแต่งตั้ง
ปิดยอดอย่างไรเคลียร์รายครั้ง คืนเงินที่เหลือเบิกชดเชยให้เต็มวงเงินเป็นรอบ
หมวดในงบสินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้อื่น)เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด

วิธีตั้งวงเงิน เบิกชดเชย และบันทึกบัญชีเงินสดย่อยแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่บทความ เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร

วางนโยบายควบคุมเงินทดรองจ่ายอย่างไร?

นโยบายที่ใช้ได้จริงควรตอบ 4 เรื่อง คือ ใครเบิกได้เท่าไร ต้องเคลียร์ภายในกี่วัน ถ้ายังค้างจะเบิกใหม่ได้ไหม และถ้าไม่เคลียร์จะทำอย่างไร กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขเหล่านี้ไว้ บริษัทจึงต้องเขียนเองให้ชัดและแจ้งพนักงานล่วงหน้า

  • กำหนดวงเงินตามตำแหน่งและลักษณะงาน เช่น ช่างหน้างานกับพนักงานขายต่างจังหวัดใช้เงินต่างกัน
  • กำหนดวันเคลียร์ เช่น ภายใน 7 วันทำการหลังจบงาน และให้ระบบหรือฝ่ายบัญชีแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนด
  • ห้ามเบิกก้อนใหม่ถ้ายังมียอดเดิมค้างเกินกำหนด เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการไม่ให้ยอดค้างสะสม
  • ตรวจยอดค้างทุกสิ้นเดือน และเคลียร์ให้จบก่อนปิดบัญชีสิ้นปี เพื่อให้ค่าใช้จ่ายถูกบันทึกในงวดที่เกิดจริง

เรื่องหักเงินเดือนเมื่อพนักงานไม่เคลียร์ต้องระวังเป็นพิเศษ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หนี้เพื่อสวัสดิการที่ลูกจ้างยินยอมล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ลูกจ้างยินยอม

กรณีเหล่านี้แต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 รวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (มาตรา 76)

เงินทดรองที่ค้างเคลียร์ไม่ได้อยู่ในรายการเหล่านี้โดยตรง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้พนักงานเซ็นหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องไว้ตั้งแต่ตอนเบิก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงานก่อนหักจริง

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินทดรองจ่าย

เงินทดรองจ่ายเป็นเรื่องเล็กในแต่ละครั้ง แต่ถ้าปล่อยหลวมจะกลายเป็นยอดค้างที่ตรวจย้อนไม่ได้ เรื่องที่ช่วยให้คุมได้ง่ายขึ้นมีดังนี้

  • โอนเงินทดรองเข้าบัญชีพนักงานแทนการจ่ายเงินสด เพราะสลิปโอนพิสูจน์ได้ทันทีว่าใครรับเงินไป
  • บอกพนักงานทุกครั้งว่าให้ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท ไม่ใช่ชื่อพนักงาน (อ่านองค์ประกอบได้ที่ใบกำกับภาษี คืออะไร)
  • ร้านที่ออกได้แค่บิลเงินสด ให้ขอชื่อ ที่อยู่ และลายเซ็นผู้ขายให้ครบ (บิลเงินสดต้องมีอะไรบ้าง) ส่วนรายจ่ายเบ็ดเตล็ดที่เรียกใบเสร็จไม่ได้จริง ให้ทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินตามแนวทางของกรมสรรพากร
  • ถ่ายรูปใบเสร็จตั้งแต่หน้างาน จากประสบการณ์ ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดตอนเคลียร์ไม่ใช่ตัวเลขผิด แต่เป็นใบเสร็จกระดาษความร้อนที่จางจนอ่านไม่ออก หรือหล่นหายในรถตั้งแต่ก่อนกลับถึงบริษัท
  • ยอดเงินทดรองที่ค้างหลายรายการในชื่อคนเดียว คือสัญญาณให้คุยกันก่อนเบิกครั้งถัดไป
  • ถ้าใช้ PEAK Account แยกช่องทางเงินสดสำหรับเงินทดรองไว้ต่างหาก โอนเงินเข้าช่องทางนั้น บันทึกค่าใช้จ่ายโดยเลือกจ่ายจากช่องทางเดียวกัน แล้วฝากเงินที่เหลือคืน ยอดคงเหลือของช่องทางจะบอกทันทีว่ายังค้างเคลียร์เท่าไร ดูขั้นตอนการบันทึกได้ที่นี่

เงินทดรองจ่ายไม่ได้ยากที่การบันทึกบัญชี แต่ยากที่การตามเอกสารกลับมาให้ครบและทันงวด หัวใจอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ จ่ายแบบมีหลักฐาน ขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท และกำหนดวันเคลียร์ที่ทุกคนรู้

ถ้าจะเริ่มจากวันนี้ ลองดึงรายการเงินทดรองจ่ายที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดออกมาดูสักครั้ง เรียงตามวันที่เบิก แล้วตามเคลียร์รายการที่เก่าที่สุดก่อน

สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและภาษีเพิ่มเติม PEAK มีบทความให้อ่านต่อทั้งบทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี บทความด้านธุรกิจ และบทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี

แหล่งอ้างอิง:


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เงินทดรองจ่าย

ทดรองจ่าย หรือ ทดลองจ่าย คำไหนถูก?

“ทดรองจ่าย” ถูกต้อง ทดรอง หมายถึงออกเงินให้ไปก่อน ส่วน “ทดลอง” หมายถึงลองทำดู คนจำนวนมากสะกดสลับกันเพราะออกเสียงใกล้กัน เอกสารทางการ เช่น ระเบียบเรื่องเงินทดรองราชการ ก็ใช้คำว่าทดรอง

เงินทดรองจ่ายต้องมีใบกำกับภาษีไหม?

ต้องมี ถ้าร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและบริษัทต้องการใช้ภาษีซื้อ ใบกำกับภาษีต้องออกในชื่อบริษัท ถ้าร้านค้าไม่ได้จด VAT ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดที่มีชื่อผู้ขายครบเป็นหลักฐานรายจ่ายแทน

เงินทดรองจ่ายของบริษัทเหมือนกับเงินทดรองราชการไหม?

ไม่เหมือน เงินทดรองราชการเป็นเงินที่ส่วนราชการถือไว้จ่ายล่วงหน้าตามระเบียบของทางราชการ มีขั้นตอนและกำหนดเวลาตามระเบียบนั้น ส่วนเงินทดรองจ่ายของบริษัทเอกชนใช้นโยบายที่บริษัทกำหนดเอง ภายใต้กฎหมายบัญชีและภาษี

เงินทดรองจ่าย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

นิยมใช้ Cash Advance หรือ Employee Advance ถ้าเขียนว่า Advance Payment ควรมีคำอธิบายกำกับ เพราะคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย

เงินทดรองจ่ายที่ค้างข้ามปีต้องทำอย่างไร?

ยอดที่ยังไม่เคลียร์จะแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบสิ้นปี แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วควรตามเอกสารมาบันทึกให้ทันงวดที่เกิด ถ้ารอข้ามปี ค่าใช้จ่ายจะไปตกอยู่ผิดปีและกระทบกำไรทั้งสองปี


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย