
เงินทดรองจ่าย คืออะไร และสำคัญอย่างไร?
เงินทดรองจ่าย คือ เงินที่บริษัทจ่ายล่วงหน้าให้พนักงานถือไปใช้จ่ายในงานของบริษัท แล้วพนักงานต้องนำใบเสร็จมาเคลียร์พร้อมคืนเงินที่เหลือภายหลัง ภาษาอังกฤษนิยมเรียกว่า Cash Advance หรือ Employee Advance คำว่า ทดรองจ่าย หมายถึง การออกเงินให้ไปก่อน แล้วค่อยมาสะสางกันทีหลัง บางที่ใช้คำว่า Advance Payment ซึ่งต้องระวัง เพราะในงานบัญชีคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย ไม่ใช่เงินที่ให้พนักงานถือไปใช้
สำหรับเจ้าของธุรกิจ เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน
- เงินที่ยังไม่เคลียร์ยังเป็นเงินของบริษัท ถ้าไม่มีระบบติดตาม ยอดค้างเล็ก ๆ จากพนักงานหลายคนจะสะสมจนหาที่มาไม่ได้ตอนปิดบัญชี
- ค่าใช้จ่ายจะใช้หักภาษีได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานครบ เงินทดรองที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นผู้รับเงินถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (18))
- ภาษีซื้อขอคืนได้เฉพาะเมื่อใบกำกับภาษีออกในชื่อบริษัท ถ้าพนักงานให้ร้านออกในชื่อตัวเอง ภาษีซื้อนั้นเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มาตรา 82/5 (1))
เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดไหนในงบการเงิน?
เงินทดรองจ่าย อยู่หมวดสินทรัพย์หมุนเวียน ในงบแสดงฐานะการเงิน โดยมักแสดงรวมในลูกหนี้อื่นหรือแยกบรรทัดเป็น “เงินทดรองจ่ายพนักงาน” เหตุผลคือ ระหว่างที่ยังไม่เคลียร์ บริษัทมีสิทธิเรียกเงินคืนหรือเรียกหลักฐานการใช้จ่ายจากพนักงาน จึงเป็นสิทธิเรียกร้อง ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่าย
พอเคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริงจะย้ายไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนตามประเภท ส่วนที่เหลือกลับเป็นเงินสด ความหมายและประเภทของสินทรัพย์กลุ่มนี้อ่านเพิ่มได้ที่บทความสินทรัพย์หมุนเวียน คืออะไร
| สถานะของเงิน | หมวดในงบ | ตัวอย่างชื่อบัญชี |
|---|---|---|
| จ่ายให้พนักงานแล้ว ยังไม่เคลียร์ | สินทรัพย์หมุนเวียน | เงินทดรองจ่ายพนักงาน / ลูกหนี้อื่น |
| เคลียร์แล้ว ส่วนที่ใช้จริง | ค่าใช้จ่ายหรือต้นทุน | วัสดุสิ้นเปลือง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก |
| เคลียร์แล้ว ส่วนที่คืนบริษัท | สินทรัพย์หมุนเวียน | เงินสด / เงินฝากธนาคาร |
ตารางนี้บอกว่าเงินทดรองจ่ายไม่เคยเป็นค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่จ่าย จุดที่มักเข้าใจผิดคือ บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนตั้งแต่วันเบิก ทำให้กำไรของงวดนั้นต่ำกว่าความจริง และตามไม่ได้ว่าเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้หายไปไหน
ขั้นตอนเบิกและเคลียร์เงินทดรองจ่ายมีอะไรบ้าง?
ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น คือ ขอเบิก อนุมัติและจ่ายเงิน ใช้จ่ายพร้อมเก็บหลักฐาน และเคลียร์เงินทดรองจ่ายภายในเวลาที่นโยบายกำหนด ทุกขั้นควรมีเอกสารรองรับ เพื่อให้ผู้ทำบัญชีบันทึกได้ถูกงวดและภาษีไม่ตกหล่น
สมมติคุณบอยเป็นเจ้าของบริษัทรับติดตั้งแอร์ วันหนึ่งช่างต้องออกไปหน้างานต่างอำเภอและอาจต้องซื้ออะไหล่เพิ่มหน้างาน คุณบอยจึงอนุมัติเงินทดรองจ่ายให้หัวหน้าช่าง 12,000 บาท
- ขอเบิก หัวหน้าช่างกรอกใบเบิกเงินทดรองจ่าย ระบุงานที่จะไปทำ ยอดเงิน และวันที่จะกลับมาเคลียร์
- อนุมัติและจ่ายเงิน ผู้มีอำนาจลงนาม แล้วโอนเงิน 12,000 บาทเข้าบัญชีพนักงาน การโอนดีกว่าจ่ายเงินสด เพราะมีหลักฐานว่าใครรับเงิน
- ใช้จ่ายและเก็บหลักฐาน ซื้ออะไหล่ 10,165 บาท ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท
- เคลียร์ กลับมาส่งใบกำกับภาษีพร้อมคืนเงินที่เหลือ 12,000 − 10,165 = 1,835 บาท ผู้อนุมัติตรวจแล้วส่งให้ฝ่ายบัญชีบันทึก
ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีรายการอะไร?
ใบเบิกเงินทดรองจ่ายควรมีข้อมูลพอให้คนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตรวจย้อนได้ว่าใครเบิก เบิกไปทำอะไร และต้องเคลียร์เมื่อไร รายการขั้นต่ำสรุปได้ตามตารางนี้
| รายการในใบเบิก | ทำไมต้องมี |
|---|---|
| เลขที่ใบเบิกและวันที่ | ใช้อ้างอิงตอนเคลียร์และตามยอดค้าง |
| ชื่อ ตำแหน่ง แผนกผู้เบิก | ระบุว่าใครต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้ |
| วัตถุประสงค์และงานหรือโครงการ | ใช้ตรวจว่าค่าใช้จ่ายตอนเคลียร์ตรงกับงานที่ขอ |
| จำนวนเงินเป็นตัวเลขและตัวอักษร | ป้องกันการแก้ไขตัวเลข |
| กำหนดวันเคลียร์ | ใช้ติดตามยอดค้างเกินกำหนด |
| ลายเซ็นผู้เบิก ผู้อนุมัติ และผู้จ่ายเงิน | แยกหน้าที่ ไม่ให้คนเดียวเบิกเองอนุมัติเอง |
สิ่งที่ต้องรู้คือ ใบเบิกเป็นเอกสารภายใน ใช้พิสูจน์การจ่ายเงินให้พนักงาน แต่ใช้แทนใบเสร็จของร้านค้าไม่ได้ ตอนเคลียร์ยังต้องมีหลักฐานจากผู้ขายเสมอ
ใช้เงินไม่หมดหรือใช้เกิน ต้องทำอย่างไร?
ใช้ไม่หมด พนักงานคืนเงินส่วนที่เหลือพร้อมใบเสร็จ ใช้เกิน บริษัทจ่ายส่วนต่างคืนให้พนักงานหลังตรวจหลักฐานแล้ว ทั้งสองกรณีต้องปิดยอดเงินทดรองจ่ายของพนักงานคนนั้นให้เป็นศูนย์
ถ้าเงินที่เหลือไม่ได้คืนในวันเคลียร์ ยอดนั้นยังค้างอยู่ในบัญชีเงินทดรองจ่ายพนักงาน และควรถูกติดตามจนกว่าจะคืนครบ
บันทึกบัญชีเงินทดรองจ่ายอย่างไร?
เงินทดรองจ่าย บันทึกบัญชี 2 จังหวะ คือ ตอนจ่ายให้พนักงานบันทึกเป็นสินทรัพย์ และตอนเคลียร์ล้างบัญชีนั้นออก แยกเป็นค่าใช้จ่าย ภาษีซื้อ และเงินที่คืน ตัวเลขต่อไปนี้ใช้กรณีร้านของคุณบอย
จังหวะที่ 1 จ่ายเงินทดรอง 12,000 บาท
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| เงินทดรองจ่ายพนักงาน | 12,000 | |
| เงินฝากธนาคาร | 12,000 |
จังหวะที่ 2 เคลียร์ ใช้จริง 10,165 บาท ซึ่งเป็นค่าอะไหล่ 9,500 บาท บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 9,500 × 7% = 665 บาท และคืนเงิน 1,835 บาท
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| อะไหล่และวัสดุติดตั้ง | 9,500 | |
| ภาษีซื้อ | 665 | |
| เงินสด | 1,835 | |
| เงินทดรองจ่ายพนักงาน | 12,000 |
รวมเดบิต 9,500 + 665 + 1,835 = 12,000 บาท เท่ากับยอดที่ล้างออกพอดี จุดที่คนพลาดบ่อยคือ บันทึกค่าอะไหล่ 10,165 บาททั้งก้อน ทำให้เสียสิทธิใช้ภาษีซื้อ 665 บาทไปโดยไม่รู้ตัว
กรณีใช้เกิน สมมติงานถัดไปใช้จริงค่าอะไหล่ 12,500 บาท ภาษีซื้อ 875 บาท รวม 13,375 บาท บริษัทต้องจ่ายเพิ่มให้ช่าง 13,375 − 12,000 = 1,375 บาท
| บัญชี | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| อะไหล่และวัสดุติดตั้ง | 12,500 | |
| ภาษีซื้อ | 875 | |
| เงินทดรองจ่ายพนักงาน | 12,000 | |
| เงินสด | 1,375 |
ถ้าพนักงานใช้เงินทดรองไปจ่ายค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น จ้างผู้รับเหมาช่วงยกของขึ้นตึก หน้าที่หักและนำส่งยังเป็นของบริษัทในฐานะผู้จ่ายตัวจริง ไม่ใช่ของพนักงาน อัตราที่ต้องหักขึ้นกับประเภทเงินได้ จึงควรให้พนักงานแจ้งฝ่ายบัญชีก่อนจ่ายทุกครั้ง
ทดรองจ่ายแทนลูกค้าคืออะไร และบันทึกต่างกันอย่างไร?
ทดรองจ่ายแทนลูกค้า คือ กรณีที่ธุรกิจออกเงินจ่ายค่าใช้จ่ายที่เป็นของลูกค้าไปก่อน แล้วเรียกเก็บคืนเท่ากับที่จ่ายจริง ต่างจากเงินทดรองพนักงานตรงที่เงินก้อนนี้ไม่ได้ใช้ในงานของเราเอง จึงไม่ควรบันทึกเป็นรายได้หรือค่าใช้จ่ายของเรา แต่บันทึกเป็นลูกหนี้ลูกค้า
ธุรกิจที่เจอกรณีนี้บ่อยคือ ชิปปิ้งที่จ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า สำนักงานบัญชีที่จ่ายค่าธรรมเนียมราชการแทนลูกค้า และเอเจนซีที่จ่ายค่าสถานที่แทนลูกค้า
ตัวอย่าง: บริษัทชิปปิ้งของคุณต้นจ่ายค่าภาระท่าเรือแทนผู้นำเข้า 8,640 บาท ตามใบเสร็จที่ออกในชื่อผู้นำเข้า แล้วเรียกเก็บคืนพร้อมค่าบริการของตัวเอง
- ตอนจ่าย: เดบิต ลูกหนี้ลูกค้า (ทดรองจ่ายแทน) 8,640 บาท / เครดิต เงินฝากธนาคาร 8,640 บาท
- ตอนลูกค้าจ่ายคืน: เดบิต เงินฝากธนาคาร 8,640 บาท / เครดิต ลูกหนี้ลูกค้า (ทดรองจ่ายแทน) 8,640 บาท
- ค่าบริการชิปปิ้งของคุณต้นเอง: ออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีแยก และรับรู้เป็นรายได้ตามปกติ
หลักที่ช่วยแยกคือ ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากค่าใช้จ่ายนั้น และเอกสารออกในชื่อใคร มาตรฐาน TFRS for NPAEs ฉบับปรับปรุง 2565 ยังเพิ่มแนวทางพิจารณาว่ากิจการเป็นตัวการหรือตัวแทน ซึ่งใช้ตัดสินเรื่องนี้ได้ตรง ๆ
ภาระภาษีของกรณีนี้ขึ้นกับรูปแบบสัญญาและชื่อในเอกสารเป็นหลัก วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้ผู้ขายออกเอกสารในชื่อลูกค้า เรียกเก็บคืนเท่ายอดจริงโดยแยกจากค่าบริการ และถ้าธุรกิจทำรายการแบบนี้เป็นประจำ ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ยืนยันวิธีปฏิบัติก่อน
กรรมการหรือพนักงานออกเงินส่วนตัวจ่ายแทนบริษัท บันทึกอย่างไร?
กรณีนี้กลับด้านกับเงินทดรองจ่าย บริษัทไม่ได้ให้เงินไปก่อน แต่กรรมการหรือพนักงานควักเงินส่วนตัวจ่ายแทน บางที่เรียกว่าเงินสำรองจ่าย หรือทดรองจ่ายจากเงินส่วนตัว บริษัทจึงเป็นหนี้คนนั้น ต้องบันทึกเป็นหนี้สินหมุนเวียน เช่น เจ้าหนี้กรรมการหรือเจ้าหนี้พนักงาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย
สมมติคุณบอยรูดบัตรเครดิตส่วนตัวซื้อเครื่องมือให้บริษัท 4,280 บาท (ราคาก่อนภาษี 4,000 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 280 บาท) และขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท
- ตอนซื้อ: เดบิต เครื่องมือ 4,000 บาท และภาษีซื้อ 280 บาท / เครดิต เจ้าหนี้กรรมการ 4,280 บาท
- ตอนบริษัทโอนคืน: เดบิต เจ้าหนี้กรรมการ 4,280 บาท / เครดิต เงินฝากธนาคาร 4,280 บาท
ถ้ากรรมการจ่ายแทนบ่อยและไม่โอนคืน ยอดเจ้าหนี้กรรมการจะโตจนกลายเป็นเงินกู้ยืมกรรมการในงบ ควรสรุปและโอนคืนเป็นรอบ เช่น ทุกสิ้นเดือน
เงินทดรองจ่ายต่างจากเงินสดย่อยอย่างไร?
เงินทดรองจ่ายให้ไปเป็นครั้ง ๆ ตามงาน แล้วเคลียร์ปิดยอดเป็นรายครั้ง ส่วนเงินสดย่อยเป็นวงเงินคงที่ที่เก็บไว้ในบริษัทเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ประจำวัน แล้วเบิกชดเชยให้กลับมาเต็มวงเงิน ระบบวงเงินคงที่นี้เรียกว่า Imprest System ซึ่งเป็นของเงินสดย่อย ไม่ใช่ชื่อเรียกอื่นของเงินทดรองจ่าย
| ประเด็น | เงินทดรองจ่าย | เงินสดย่อย |
|---|---|---|
| ใช้เมื่อไร | งานเฉพาะครั้ง เช่น เดินทาง ซื้อของหน้างาน | ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำวัน |
| ใครถือเงิน | พนักงานที่ออกไปทำงานนั้น | ผู้รักษาเงินสดย่อยที่ได้รับแต่งตั้ง |
| ปิดยอดอย่างไร | เคลียร์รายครั้ง คืนเงินที่เหลือ | เบิกชดเชยให้เต็มวงเงินเป็นรอบ |
| หมวดในงบ | สินทรัพย์หมุนเวียน (ลูกหนี้อื่น) | เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด |
วิธีตั้งวงเงิน เบิกชดเชย และบันทึกบัญชีเงินสดย่อยแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่บทความ เงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร
วางนโยบายควบคุมเงินทดรองจ่ายอย่างไร?
นโยบายที่ใช้ได้จริงควรตอบ 4 เรื่อง คือ ใครเบิกได้เท่าไร ต้องเคลียร์ภายในกี่วัน ถ้ายังค้างจะเบิกใหม่ได้ไหม และถ้าไม่เคลียร์จะทำอย่างไร กฎหมายไม่ได้กำหนดตัวเลขเหล่านี้ไว้ บริษัทจึงต้องเขียนเองให้ชัดและแจ้งพนักงานล่วงหน้า
- กำหนดวงเงินตามตำแหน่งและลักษณะงาน เช่น ช่างหน้างานกับพนักงานขายต่างจังหวัดใช้เงินต่างกัน
- กำหนดวันเคลียร์ เช่น ภายใน 7 วันทำการหลังจบงาน และให้ระบบหรือฝ่ายบัญชีแจ้งเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนด
- ห้ามเบิกก้อนใหม่ถ้ายังมียอดเดิมค้างเกินกำหนด เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการไม่ให้ยอดค้างสะสม
- ตรวจยอดค้างทุกสิ้นเดือน และเคลียร์ให้จบก่อนปิดบัญชีสิ้นปี เพื่อให้ค่าใช้จ่ายถูกบันทึกในงวดที่เกิดจริง
เรื่องหักเงินเดือนเมื่อพนักงานไม่เคลียร์ต้องระวังเป็นพิเศษ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่เข้ากรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น หนี้เพื่อสวัสดิการที่ลูกจ้างยินยอมล่วงหน้า หรือค่าเสียหายจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงที่ลูกจ้างยินยอม
กรณีเหล่านี้แต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 รวมกันไม่เกินหนึ่งในห้าของค่าจ้าง เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม (มาตรา 76)
เงินทดรองที่ค้างเคลียร์ไม่ได้อยู่ในรายการเหล่านี้โดยตรง วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ให้พนักงานเซ็นหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องไว้ตั้งแต่ตอนเบิก และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงานก่อนหักจริง
ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินทดรองจ่าย
เงินทดรองจ่ายเป็นเรื่องเล็กในแต่ละครั้ง แต่ถ้าปล่อยหลวมจะกลายเป็นยอดค้างที่ตรวจย้อนไม่ได้ เรื่องที่ช่วยให้คุมได้ง่ายขึ้นมีดังนี้
- โอนเงินทดรองเข้าบัญชีพนักงานแทนการจ่ายเงินสด เพราะสลิปโอนพิสูจน์ได้ทันทีว่าใครรับเงินไป
- บอกพนักงานทุกครั้งว่าให้ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท ไม่ใช่ชื่อพนักงาน (อ่านองค์ประกอบได้ที่ใบกำกับภาษี คืออะไร)
- ร้านที่ออกได้แค่บิลเงินสด ให้ขอชื่อ ที่อยู่ และลายเซ็นผู้ขายให้ครบ (บิลเงินสดต้องมีอะไรบ้าง) ส่วนรายจ่ายเบ็ดเตล็ดที่เรียกใบเสร็จไม่ได้จริง ให้ทำใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินตามแนวทางของกรมสรรพากร
- ถ่ายรูปใบเสร็จตั้งแต่หน้างาน จากประสบการณ์ ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดตอนเคลียร์ไม่ใช่ตัวเลขผิด แต่เป็นใบเสร็จกระดาษความร้อนที่จางจนอ่านไม่ออก หรือหล่นหายในรถตั้งแต่ก่อนกลับถึงบริษัท
- ยอดเงินทดรองที่ค้างหลายรายการในชื่อคนเดียว คือสัญญาณให้คุยกันก่อนเบิกครั้งถัดไป
- ถ้าใช้ PEAK Account แยกช่องทางเงินสดสำหรับเงินทดรองไว้ต่างหาก โอนเงินเข้าช่องทางนั้น บันทึกค่าใช้จ่ายโดยเลือกจ่ายจากช่องทางเดียวกัน แล้วฝากเงินที่เหลือคืน ยอดคงเหลือของช่องทางจะบอกทันทีว่ายังค้างเคลียร์เท่าไร ดูขั้นตอนการบันทึกได้ที่นี่
เงินทดรองจ่ายไม่ได้ยากที่การบันทึกบัญชี แต่ยากที่การตามเอกสารกลับมาให้ครบและทันงวด หัวใจอยู่ที่ 3 เรื่อง คือ จ่ายแบบมีหลักฐาน ขอใบกำกับภาษีในชื่อบริษัท และกำหนดวันเคลียร์ที่ทุกคนรู้
ถ้าจะเริ่มจากวันนี้ ลองดึงรายการเงินทดรองจ่ายที่ยังค้างอยู่ทั้งหมดออกมาดูสักครั้ง เรียงตามวันที่เบิก แล้วตามเคลียร์รายการที่เก่าที่สุดก่อน
สำหรับใครที่อยากเรียนรู้เรื่องบัญชีและภาษีเพิ่มเติม PEAK มีบทความให้อ่านต่อทั้งบทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี บทความด้านธุรกิจ และบทความอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมบัญชี
แหล่งอ้างอิง:
- กรมสรรพากร – คู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ (มีนาคม 2559)
- มหาวิทยาลัยมหิดล (สำเนาราชกิจจานุเบกษา) – พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เงินทดรองจ่าย
ทดรองจ่าย หรือ ทดลองจ่าย คำไหนถูก?
“ทดรองจ่าย” ถูกต้อง ทดรอง หมายถึงออกเงินให้ไปก่อน ส่วน “ทดลอง” หมายถึงลองทำดู คนจำนวนมากสะกดสลับกันเพราะออกเสียงใกล้กัน เอกสารทางการ เช่น ระเบียบเรื่องเงินทดรองราชการ ก็ใช้คำว่าทดรอง
เงินทดรองจ่ายต้องมีใบกำกับภาษีไหม?
ต้องมี ถ้าร้านค้าจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและบริษัทต้องการใช้ภาษีซื้อ ใบกำกับภาษีต้องออกในชื่อบริษัท ถ้าร้านค้าไม่ได้จด VAT ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือบิลเงินสดที่มีชื่อผู้ขายครบเป็นหลักฐานรายจ่ายแทน
เงินทดรองจ่ายของบริษัทเหมือนกับเงินทดรองราชการไหม?
ไม่เหมือน เงินทดรองราชการเป็นเงินที่ส่วนราชการถือไว้จ่ายล่วงหน้าตามระเบียบของทางราชการ มีขั้นตอนและกำหนดเวลาตามระเบียบนั้น ส่วนเงินทดรองจ่ายของบริษัทเอกชนใช้นโยบายที่บริษัทกำหนดเอง ภายใต้กฎหมายบัญชีและภาษี
เงินทดรองจ่าย ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?
นิยมใช้ Cash Advance หรือ Employee Advance ถ้าเขียนว่า Advance Payment ควรมีคำอธิบายกำกับ เพราะคำนี้มักหมายถึงเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าให้ผู้ขาย
เงินทดรองจ่ายที่ค้างข้ามปีต้องทำอย่างไร?
ยอดที่ยังไม่เคลียร์จะแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบสิ้นปี แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วควรตามเอกสารมาบันทึกให้ทันงวดที่เกิด ถ้ารอข้ามปี ค่าใช้จ่ายจะไปตกอยู่ผิดปีและกระทบกำไรทั้งสองปี
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
