
ผู้สอบบัญชี คืออะไร และสำคัญอย่างไร
ผู้สอบบัญชี (Auditor) คือผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินของกิจการอย่างเป็นอิสระ แล้วแสดงความเห็นว่างบการเงินนั้นถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือไม่ โดยในวงการธุรกิจมักเรียกว่าผู้ตรวจสอบบัญชี นักตรวจสอบบัญชี หรือออดิเตอร์
บทบาทของผู้สอบบัญชีมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ประการ
- ข้อกำหนดตามกฎหมาย: งบการเงินของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัด ต้องผ่านการตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองก่อนนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
- ฐานข้อมูลสำหรับการยื่นภาษี: ตัวเลขในงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจะนำไปใช้คำนวณและยื่น แบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมใช้เป็นหลักฐานชี้แจงเมื่อกรมสรรพากรเรียกตรวจ
- สร้างความน่าเชื่อถือต่อสถาบันการเงินและคู่ค้า: ธนาคารใช้งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบเป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจ และลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ใช้ประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนผู้ขาย
ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของ หจก. ไทยวัฒน์ อีเล็คทริค (ชื่อสมมุติ) ผู้รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าโรงงาน ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท และรายได้ปีล่าสุด 25 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวอย่างเปรียบเทียบข้อกำหนดในทางปฏิบัติ
ผู้สอบบัญชีต่างจากนักบัญชีอย่างไร
ผู้จัดทำและผู้ตรวจสอบทำงานกับงบการเงินชุดเดียวกัน แต่อยู่คนละฝั่งและมีบทบาทหน้าที่แยกขาดจากกัน
| ประเด็นเปรียบเทียบ | ผู้ทำบัญชี (นักบัญชี) | ผู้สอบบัญชี (Auditor) |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | บันทึกรายการบัญชีรายวันและจัดทำงบการเงิน | ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินและออกหน้ารายงานแสดงความเห็น |
| สังกัดการทำงาน | พนักงานประจำของกิจการ หรือสำนักงานบัญชีที่รับจ้างทำบัญชี | ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ต้องไม่มีส่วนได้เสียกับกิจการที่ตรวจ |
| ใบอนุญาตวิชาชีพ | ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีตามคุณสมบัติที่กำหนด | ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี (CPA) หรือกรมสรรพากร (TA) |
| ผลลัพธ์ของงาน | งบการเงินประจำงวดและประจำปี | หน้ารายงานของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต |
ผู้สอบบัญชี CPA หรือ TA ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินที่ตนเองหรือทีมงานของตนเป็นผู้จัดทำได้ เนื่องจากขัดต่อหลักความเป็นอิสระทางวิชาชีพ กิจการจึงต้องแยกผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีเป็นคนละคนเสมอ
ผู้สอบบัญชี (ผู้ตรวจสอบบัญชี) มีกี่ประเภท
ผู้ที่สามารถลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินตามกฎหมายไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามหน่วยงานที่ออกใบอนุญาต และมีกลุ่มคุณสมบัติเฉพาะสำหรับบริษัทในตลาดทุนอีก 1 กลุ่ม
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือ CPA (Certified Public Accountant) คือผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 สามารถตรวจสอบและรับรองงบการเงินของนิติบุคคลได้ทุกรูปแบบ ทั้งบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกขนาด
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA)
ผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA (Tax Auditor) คือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากรตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและรับรองบัญชีเฉพาะของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กที่เข้าเงื่อนไขครบทั้ง 3 ข้อ ได้แก่ ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท โดย TA ไม่สามารถตรวจสอบและลงนามรับรองงบการเงินของบริษัทจำกัดได้
ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.
บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและบริษัทที่เสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน ต้องใช้บริการผู้สอบบัญชี CPA ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินและได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติเฉพาะทาง
ผู้ตรวจสอบภายใน ไม่ใช่ผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย
ผู้ตรวจสอบภายใน (Internal Auditor) เป็นบุคลากรภายในหรือผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ประเมินระบบการควบคุมภายในและความเสี่ยงขององค์กร แต่ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินเพื่อนำส่งหน่วยงานราชการ ศึกษารายละเอียดของงานตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่บทความ Audit คืออะไร
CPA กับ TA ต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างระหว่าง CPA และ TA สรุปได้ผ่านเกณฑ์อำนาจหน้าที่และขอบเขตตามกฎหมายดังนี้
| ประเด็นเปรียบเทียบ | ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) | ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) |
|---|---|---|
| หน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต | สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ | กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง |
| กฎหมายรองรับ | พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 | ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 สัตต |
| ประเภทกิจการที่ตรวจสอบได้ | บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ห้างหุ้นส่วนทุกขนาด | เฉพาะห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก |
| เกณฑ์ขนาดกิจการ | ไม่จำกัดขนาดทุน สินทรัพย์ และรายได้ | ทุน ≤ 5 ล้าน สินทรัพย์ ≤ 30 ล้าน รายได้ ≤ 30 ล้าน |
| ห้างหุ้นส่วนที่อยู่ระหว่างชำระบัญชี | มีอำนาจตรวจสอบได้ | ไม่มีอำนาจตรวจสอบ |
| เพดานจำนวนการลงนามต่องวดปี | เป็นไปตามเกณฑ์ที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด | รวมกับงาน CPA แล้วไม่เกิน 300 รายต่อปี |
กิจการแบบไหนต้องมีผู้สอบบัญชี
ภาระหน้าที่ในการจัดให้มีผู้สอบบัญชีขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียนนิติบุคคลและขนาดของกิจการ
| รูปแบบองค์กรธุรกิจ | ข้อกำหนดผู้สอบบัญชี | ประเภทผู้สอบบัญชีที่สามารถใช้บริการได้ |
|---|---|---|
| บุคคลธรรมดา / ร้านค้าพาณิชย์ทั่วไป | ไม่ต้องมี | ไม่ต้องผ่านการตรวจสอบงบการเงิน |
| ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็ก (ไม่เกินเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ) | ต้องมี | สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง TA หรือ CPA |
| ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่เกินเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง | ต้องมี | ต้องใช้ CPA เท่านั้น |
| บริษัทจำกัด / บริษัทมหาชนจำกัด | ต้องมี | ต้องใช้ CPA เท่านั้น |
| ห้างหุ้นส่วนที่อยู่ระหว่างการชำระบัญชี | ต้องมี | ต้องใช้ CPA เท่านั้น |
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังพิจารณารูปแบบองค์กร สามารถศึกษาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและภาระผูกพันได้ที่บทความ บจก. หรือ หจก. เลือกแบบไหนดี
ตัวอย่าง หจก. ที่โตจนต้องเปลี่ยนจาก TA เป็น CPA
กรณีศึกษา หจก. ไทยวัฒน์ อีเล็คทริค ในปี 2568 มีทุน 2 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 18 ล้านบาท และรายได้ 25 ล้านบาท ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ จึงสามารถว่าจ้าง TA ตรวจสอบงบการเงินได้
| รอบปีบัญชี | ทุนจดทะเบียน | สินทรัพย์รวม | รายได้รวม | ประเภทผู้สอบบัญชีที่ต้องใช้ |
|---|---|---|---|---|
| ปี 2568 | 2 ล้านบาท | 18 ล้านบาท | 25 ล้านบาท | สามารถใช้ TA หรือ CPA |
| ปี 2569 | 2 ล้านบาท | 24 ล้านบาท | 35 ล้านบาท | ต้องใช้ CPA เท่านั้น (รายได้รวมเกิน 30 ล้านบาท) |
| ปี 2570 (แปรสภาพเป็น บจก.) | 10 ล้านบาท | 30 ล้านบาท | 42 ล้านบาท | ต้องใช้ CPA เท่านั้น (เป็นบริษัทจำกัด) |
ในปี 2569 เมื่อกิจการได้รับงานเพิ่มขึ้นจนรายได้แตะ 35 ล้านบาท เกินเกณฑ์รายได้ 30 ล้านบาทเพียงข้อเดียว หจก. จะต้องปรับเปลี่ยนมาว่าจ้าง CPA ทันที กิจการจึงควรติดตามรายได้สะสมระหว่างปีเพื่อจัดหาผู้สอบบัญชีล่วงหน้า
ผู้สอบบัญชีทำอะไรบ้าง
กระบวนการตรวจสอบงบการเงินเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนวันสิ้นรอบปีบัญชี และเสร็จสิ้นเมื่อส่งมอบหน้ารายงานที่ลงนามรับรอง โดยมีขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอน
- ตอบรับงานและประเมินความเป็นอิสระ: ตกลงขอบเขตการทำงาน ค่าธรรมเนียม และตรวจสอบว่าผู้สอบบัญชีไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกิจการ
- วางแผนการตรวจสอบบัญชี: ศึกษาทำความเข้าใจลักษณะธุรกิจ ระบบการควบคุมภายใน และประเมินจุดเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ เช่น การรับรู้รายได้สัญญาบริการ
- ปฏิบัติงานตรวจสอบหลักฐาน: สุ่มตรวจเอกสารใบสำคัญ ส่งหนังสือยืนยันยอดเงินฝากธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และเข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงคลัง
- สรุปข้อผิดพลาดและเสนอรายการปรับปรุง: แจ้งรายการที่บันทึกไม่ถูกต้องให้ผู้บริหารและฝ่ายบัญชีดำเนินการปรับปรุงตัวเลขในระบบ
- ออกหน้ารายงานของผู้สอบบัญชี: แสดงความเห็นต่องบการเงิน เพื่อให้คณะกรรมการนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติและนำส่งต่อ DBD และกรมสรรพากร
ธุรกิจรับเหมาโดนตรวจจุดไหนเป็นพิเศษ
แต่ละประเภทธุรกิจมีจุดเสี่ยงทางบัญชีที่แตกต่างกัน สำหรับธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบ ผู้สอบบัญชีจะให้ความสำคัญกับ 4 ประเด็นหลัก
| จุดตรวจสอบสำคัญ | เหตุผลความเสี่ยงทางบัญชี | สิ่งที่กิจการต้องจัดเตรียม |
|---|---|---|
| การรับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จ | รายได้ของโครงการระยะยาวต้องสอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง | รายงานสรุปงบประมาณและต้นทุนจริงแยกรายโครงการ |
| เงินประกันผลงานที่ลูกค้าหักไว้ (Retention) | ยอดค้างรับนานและมีความเสี่ยงต่อการเก็บเงินไม่ได้ | ทะเบียนคุมเงินประกันผลงานพร้อมระบุวันครบกำหนดคืน |
| ภาษีเงินได้ถูกหัก ณ ที่จ่าย | ยอดภาษีต้องสัมพันธ์กับรายได้และมีหลักฐานใช้เครดิตครบถ้วน | หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ครบทุกฉบับ |
| วัสดุอุปกรณ์คงเหลือหน้างาน | วัสดุที่สั่งซื้อแล้วแต่ยังไม่ได้ติดตั้งต้องบันทึกเป็นสินค้าคงเหลือ | รายงานการเบิกจ่ายวัสดุแยกตามหน่วยงานและรายงานตรวจนับ |
ความเห็นของผู้สอบบัญชี 4 แบบ
หน้ารายงานของผู้สอบบัญชีจะแสดงความเห็นต่องบการเงินใน 4 รูปแบบ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ
| รูปแบบความเห็น | ความหมายทางวิชาชีพ | ผลกระทบต่อกิจการ |
|---|---|---|
| ไม่มีเงื่อนไข (Unqualified Opinion) | งบการเงินถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินในสาระสำคัญ | งบการเงินมีความน่าเชื่อถือสูงสุด ใช้ยื่นกู้และประมูลงานได้ตามปกติ |
| มีเงื่อนไข (Qualified Opinion) | งบการเงินถูกต้อง ยกเว้นเฉพาะรายการที่มีข้อผิดพลาดแต่ไม่แผ่กระจาย | ธนาคารหรือคู่ค้าอาจขอเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมเฉพาะจุด |
| ไม่ถูกต้อง (Adverse Opinion) | งบการเงินมีข้อผิดพลาดที่มีสาระสำคัญและแผ่กระจายอย่างมาก | ความน่าเชื่อถือลดลงอย่างรุนแรง และอาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบ |
| ไม่แสดงความเห็น (Disclaimer of Opinion) | ผู้สอบบัญชีถูกจำกัดขอบเขตหรือไม่ได้รับหลักฐานเพียงพอในการตรวจสอบ | มักเกิดจากเอกสารสูญหาย กิจการต้องเร่งปรับปรุงระบบบัญชีทันที |
ปฏิทินทำงานกับผู้ตรวจสอบตลอดปี
สำหรับกิจการที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ไทม์ไลน์การทำงานร่วมกับผู้สอบบัญชีจะมีลำดับดังนี้
| ช่วงเวลาดำเนินงาน | บทบาทหน้าที่ของกิจการ | บทบาทหน้าที่ของผู้สอบบัญชี |
|---|---|---|
| ตุลาคม – พฤศจิกายน | ตกลงว่าจ้างและกำหนดขอบเขตระยะเวลาตรวจสอบ | ประเมินความเป็นอิสระและจัดทำแผนการตรวจสอบล่วงหน้า |
| ธันวาคม | จัดเตรียมนัดหมายการตรวจนับสต๊อกและทรัพย์สินสิ้นปี | เข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจนับสินค้าคงคลัง |
| มกราคม – กุมภาพันธ์ | ปิดสมุดบัญชี ส่งงบทดลองและแฟ้มเอกสารประกอบงบ | ส่งหนังสือยืนยันยอดธนาคาร ลูกหนี้ และตรวจสอบรายการค้า |
| มีนาคม | บันทึกรายการปรับปรุงบัญชีตามข้อตรวจพบ | สรุปผลการตรวจสอบและส่งร่างหน้ารายงานให้ผู้บริหาร |
| เมษายน | จัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติงบการเงิน | ออกหน้ารายงานฉบับสมบูรณ์พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง |
| พฤษภาคม | ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และนำส่งงบการเงินผ่าน DBD e-Filing | เสร็จสิ้นกระบวนการตรวจสอบประจำปี |
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนผู้ตรวจเข้างาน
การเตรียมเอกสารให้พร้อมช่วยลดระยะเวลาตรวจสอบและป้องกันค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม โดยควรจัดเตรียมเอกสารหลัก 6 หมวด
- งบทดลอง สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป และผังบัญชีทั้งปี
- Statement ธนาคารทุกบัญชี พร้อมงบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ณ วันสิ้นงวด
- รายงานทะเบียนลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้า พร้อมรายละเอียดแยกรายตัว
- สัญญาจ้าง ใบสั่งซื้อ และหลักฐานแสดงความคืบหน้าของโครงการ
- ทะเบียนทรัพย์สินถาวรพร้อมตารางคำนวณค่าเสื่อมราคาประจำปี
- สำเนาแบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นตลอดปี เช่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 และ ภ.ง.ด.51
ตรวจสอบรายชื่อผู้สอบบัญชีได้อย่างไร
ก่อนตกลงว่าจ้าง กิจการควรตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของผู้สอบบัญชีว่ายังคงมีผลสมบูรณ์และไม่ถูกพักใช้ใบอนุญาต ผ่าน 3 ช่องทาง
- ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต CPA: ผ่าน ระบบตรวจสอบสถานะใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ของสภาวิชาชีพบัญชี โดยค้นหาด้วยเลขทะเบียน ชื่อ หรือนามสกุล
- ตรวจสอบประวัติการลงลายมือชื่อในงบการเงิน: ผ่าน ระบบตรวจสอบผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อ เพื่อยืนยันว่าชื่อที่ปรากฏในระบบตรงกับผู้สอบบัญชีที่ว่าจ้างจริง
- ตรวจสอบสถานะ TA: ขอเลขทะเบียนผู้สอบบัญชีภาษีอากรและหนังสือรับรอง เพื่อตรวจสอบสถานะกับสำนักงานสรรพากรพื้นที่
เลือกผู้สอบบัญชีให้กิจการอย่างไร
นอกเหนือจากความถูกต้องของใบอนุญาต กิจการควรพิจารณา 3 ปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจว่าจ้าง
- ความเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน: ผู้สอบบัญชีที่มีประสบการณ์ในสายธุรกิจเฉพาะ เช่น งานรับเหมาก่อสร้างหรือโรงงานอุตสาหกรรม จะเข้าใจลักษณะการรับรู้ต้นทุนและให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุด
- การบริหารจัดการเวลาส่งมอบงาน: บริษัทจำกัดต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือนหลังสิ้นปีบัญชี จึงควรนัดหมายและตกลงกรอบเวลาส่งมอบร่างงบการเงินล่วงหน้าตั้งแต่ไตรมาสสุดท้าย
- ความพร้อมของระบบเอกสารในองค์กร: หากกิจการมีระบบบัญชีที่จัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระเบียบ จะช่วยลดเวลาในการตรวจสอบและช่วยประหยัดค่าบริการตรวจสอบบัญชี
ค่าสอบบัญชีขึ้นอยู่กับอะไร
ค่าบริการตรวจสอบบัญชีไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย แต่กำหนดขึ้นจากความซับซ้อนและปริมาณงาน
| ปัจจัยกำหนดค่าบริการ | ผลกระทบต่ออัตราค่าตรวจสอบบัญชี |
|---|---|
| รูปแบบนิติบุคคล | บริษัทจำกัดมีขั้นตอนตรวจสอบและข้อกำหนดมาตรฐานสูงกว่า หจก. ขนาดเล็ก |
| ปริมาณธุรกรรมและขนาดรายได้ | กิจการที่มีรายการค้าจำนวนมากต้องใช้เวลาและขนาดตัวอย่างในการสุ่มตรวจสูงขึ้น |
| ความซับซ้อนของประเภทธุรกิจ | ธุรกิจที่มีงานระหว่างทำ สต๊อกสินค้าหลายคลัง หรือธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ |
| ความสมบูรณ์ของเอกสารทางบัญชี | หากเอกสารไม่ครบถ้วนและต้องปรับปรุงตัวเลขมาก ค่าบริการจะเพิ่มขึ้นตามเวลาที่ใช้ |
ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อพิจารณาเพิ่มเติมได้ที่บทความ กิจการจำเป็นต้องจ้างผู้สอบบัญชีหรือไม่
อยากเป็นผู้สอบบัญชีต้องทำอย่างไร
การก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ต้องผ่านเกณฑ์ 4 ขั้นตอนตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด
| ขั้นตอน | เกณฑ์คุณสมบัติและข้อกำหนด |
|---|---|
| 1. คุณวุฒิการศึกษา | สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่าที่ผ่านการรับรอง |
| 2. การฝึกหัดงานสอบบัญชี | ขึ้นทะเบียนผู้ฝึกหัดงานและเก็บชั่วโมงฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปี (ไม่เกิน 5 ปี) รวมไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง |
| 3. การทดสอบความรู้ | สอบผ่านวิชาความรู้ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดผ่านระบบ e-Testing |
| 4. การขอรับใบอนุญาตและคงสถานะ | ยื่นขอขึ้นทะเบียน CPA และเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ทุกปี |
เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้สอบบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเพื่อรักษาสถานภาพตามเกณฑ์ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CPD คืออะไร เก็บชั่วโมงยังไง
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- ความรับผิดชอบต่องบการเงินยังคงเป็นของผู้บริหาร: ผู้สอบบัญชีทำหน้าที่แสดงความเห็นต่องบการเงิน แต่กรรมการผู้มีอำนาจยังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักต่อความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด
- ตรวจสอบเกณฑ์ขนาดกิจการเป็นประจำทุกปี: ห้างหุ้นส่วนที่เคยใช้บริการ TA ในปีก่อนหน้า หากมีรายได้ สินทรัพย์ หรือทุนเกินเกณฑ์ในปีปัจจุบัน จะต้องเปลี่ยนไปใช้ CPA ทันที
- การนำส่งงบการเงินล่าช้ามีบทลงโทษ: นิติบุคคลที่ไม่นำส่งงบการเงินตามกำหนดเวลาจะมีโทษปรับตามกฎหมาย และหากไม่นำส่งติดต่อกันเกิน 3 ปี อาจถูกขีดชื่อเป็นนิติบุคคลร้าง
- การเปลี่ยนผู้สอบบัญชีต้องส่งมอบงานอย่างถูกต้อง: หากมีการเปลี่ยนผู้สอบบัญชี ควรประสานงานจัดเตรียมยอดยกมาและกระดาษทำการเพื่อให้การทำงานของรายใหม่มีความต่อเนื่อง
สรุป – ผู้สอบบัญชี หัวใจสำคัญของความโปร่งใสและงบการเงินที่น่าเชื่อถือ
ผู้สอบบัญชีทำหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินอย่างเป็นอิสระเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น คู่ค้า สถาบันการเงิน และหน่วยงานราชการ โดยบริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เสมอ ส่วนห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็กสามารถเลือกใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้ การวางระบบบัญชีที่ดีและจัดเก็บเอกสารอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้นปี จะช่วยให้กระบวนการตรวจสอบงบการเงินดำเนินไปได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว และประหยัดต้นทุนของกิจการ
เตรียมข้อมูลบัญชีให้พร้อมส่งผู้สอบบัญชีด้วย PEAK
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจบันทึกรายรับรายจ่ายพร้อมแนบไฟล์เอกสารต้นฉบับในระบบคลาวด์ จัดทำสมุดบัญชีแยกประเภท งบทดลอง และทะเบียนทรัพย์สินอัตโนมัติ ช่วยให้ฝ่ายบัญชีสามารถส่งมอบข้อมูลและรายงานที่ครบถ้วนให้แก่ผู้สอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อยกระดับความถูกต้องของงานบัญชีและปิดงบการเงินได้อย่างมั่นใจ
ศึกษาข้อกำหนดทางภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และติดตามความรู้ทางบัญชีได้ที่คลังบทความหมวด บัญชี ของ PEAK
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
- กรมสรรพากร: ความแตกต่างระหว่างผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) กับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
- กรมสรรพากร: แนวทางปฏิบัติงานและการลงนามของผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี
- กรมสรรพากร: ระเบียบและคุณสมบัติของผู้สอบบัญชีภาษีอากร
- สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์: ระเบียบและคู่มือการฝึกหัดงานสอบบัญชี
- สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์: ระบบตรวจสอบสถานะใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
- สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์: ระบบตรวจสอบผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อในงบการเงิน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้สอบบัญชี
ผู้สอบบัญชี ภาษาอังกฤษใช้คำว่าอะไร
คำว่าผู้สอบบัญชีในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Auditor ส่วนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตใช้คำว่า Certified Public Accountant (CPA) และผู้สอบบัญชีภาษีอากรใช้คำว่า Tax Auditor (TA)
ผู้ตรวจสอบบัญชีกับผู้สอบบัญชีต่างกันไหม
ในทางกฎหมายถือเป็นบุคคลเดียวกัน โดยพระราชบัญญัติการบัญชีและพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชีจะใช้คำว่า ผู้สอบบัญชี ส่วนคำว่า ผู้ตรวจสอบบัญชี หรือ ออดิเตอร์ เป็นภาษาปากที่ใช้เรียกกันทั่วไป ทั้งนี้ หมายถึงผู้สอบบัญชีอิสระภายนอก (External Auditor) ไม่รวมถึงผู้ตรวจสอบภายในขององค์กร
CPA คืออะไร ต่างจาก CPD อย่างไร
CPA คือใบอนุญาตผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี ส่วน CPD (Continuing Professional Development) คือการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ทั้งผู้สอบบัญชี (CPA) และผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการอบรมเก็บชั่วโมงทุกปีเพื่อต่ออายุและรักษาสถานภาพทางวิชาชีพ
ผู้สอบบัญชีต้องจบอะไร
ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่าที่ผ่านการรับรอง หากต้องการเป็น CPA จะต้องผ่านการฝึกหัดงานสอบบัญชีไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง และสอบผ่านวิชาความรู้ตามที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนด ส่วนการเป็น TA จะต้องผ่านการทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีทำอะไร
ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีทำหน้าที่เป็นทีมงานสนับสนุนของ CPA ในการลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสาร ทำการสุ่มตรวจรายการค้า ส่งหนังสือยืนยันยอด และจัดทำกระดาษทำการประกอบงบการเงิน แต่ไม่สามารถลงลายมือชื่อรับรองหน้ารายงานได้ โดยตำแหน่งนี้ใช้สำหรับเก็บชั่วโมงการทำงานเพื่อเตรียมสอบเป็น CPA
บุคคลธรรมดาที่ทำธุรกิจต้องมีผู้สอบบัญชีไหม
ไม่ต้องมี กิจการที่ประกอบธุรกิจในนามบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ แต่มีหน้าที่รวบรวมเอกสารรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ผู้สอบบัญชีกับเจ้าหน้าที่สรรพากรต่างกันอย่างไร
ผู้สอบบัญชีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระที่กิจการว่าจ้างมาเพื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินก่อนนำส่ง ส่วนเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรคือพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจตามประมวลรัษฎากรในการตรวจสอบการเสียภาษีและประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีแล้ว จึงยังคงมีโอกาสถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้
นิติบุคคลส่งงบการเงินที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบได้ไหม
ไม่สามารถทำได้ กฎหมายกำหนดให้งบการเงินของบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องมีหน้ารายงานของผู้สอบบัญชีแนบประกอบการนำส่งเสมอ หากส่งงบการเงินโดยไม่มีลายมือชื่อผู้สอบบัญชี จะถือว่ายังไม่ได้นำส่งงบการเงินและมีโทษปรับตามกฎหมาย
ห้างหุ้นส่วนเลือกใช้ CPA แทน TA ได้ไหม
สามารถทำได้ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนขนาดเล็กมีสิทธิเลือกใช้บริการผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ได้ตามความประสงค์ ในขณะที่ห้างหุ้นส่วนที่มีขนาดเกินเกณฑ์ หรืออยู่ระหว่างขั้นตอนการชำระบัญชี กฎหมายบังคับว่าต้องใช้บริการ CPA เท่านั้น
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
