
ของในคลังมีเท่าไร ต้นทุนต่อชิ้นเท่าไร ตอนปิดงบยอดตรงกับของจริงหรือไม่ ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่เคยนั่งนับสต๊อกแล้วพบว่าตัวเลขไม่ตรง คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ปัญหานี้เกิดบ่อยกว่าที่หลายคนคิด และผลกระทบก็ไม่ได้จบแค่ของหาย แต่ส่งผลตรงถึงตัวเลขกำไร-ขาดทุนและภาษีที่คุณต้องจ่าย
บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเรื่องสินค้าคงเหลือ ตั้งแต่ความหมาย ประเภท วิธีตีราคาแบบ FIFO กับ Weighted Average ไปจนถึงวิธีรับมือเมื่อนับสต๊อกแล้วตัวเลขผิดพลาด เพื่อให้กิจการคำนวณต้นทุนขายได้แม่นยำที่สุด
สินค้าคงเหลือ คืออะไรในทางบัญชี
สินค้าคงเหลือ (Inventory) หมายถึง สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อขายในการดำเนินงานปกติ อยู่ระหว่างการผลิต หรือเป็นวัตถุดิบที่จะใช้ในการผลิตสินค้า ตามมาตรฐานทางบัญชี สินค้าคงเหลือจัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในงบแสดงฐานะการเงิน
พูดง่าย ๆ คือทุกอย่างที่กิจการซื้อมาหรือผลิตขึ้นเพื่อรอขาย นับเป็นสินค้าคงเหลือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสำเร็จรูปบนชั้นวาง วัตถุดิบในโกดัง หรือสินค้าที่ผลิตค้างอยู่ในสายการผลิต
สินค้าคงเหลือมีกี่ประเภท
ประเภทของสินค้าคงเหลือจะแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก
- สินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods): สินค้าที่พร้อมขายให้ลูกค้าได้ทันที ธุรกิจซื้อมาขายไปจะมีสินค้าประเภทนี้เป็นหลัก
- วัตถุดิบ (Raw Materials): วัสดุที่ใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิต เช่น ผ้า เหล็ก น้ำตาล มักพบในกิจการอุตสาหกรรม
- งานระหว่างทำ (Work in Process): สินค้าที่อยู่ระหว่างการผลิต ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เช่น เสื้อที่ตัดแล้วแต่ยังไม่ได้เย็บ
- วัสดุสิ้นเปลือง (Supplies): วัสดุที่ใช้สนับสนุนการผลิตหรือขาย เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์ น้ำมันหล่อลื่นเครื่องจักร
ธุรกิจซื้อมาขายไปมักมีแค่สินค้าสำเร็จรูปเป็นหลัก ส่วนกิจการอุตสาหกรรมจะมีครบทั้ง 4 ประเภท ทำให้การบริหารสต๊อกซับซ้อนกว่ามาก
วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือที่สรรพากรยอมรับ
วิธีตีราคาสินค้าคงเหลือ คือการกำหนดว่าต้นทุนของสินค้าที่ขายออกไปและสินค้าที่เหลืออยู่ในคลังมีมูลค่าเท่าไร โดย 2 วิธีที่กรมสรรพากรยอมรับ คือ วิธี FIFO และวิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก
วิธี FIFO (First-In, First-Out)
FIFO คือวิธีตีราคาที่สมมติว่าสินค้าที่ซื้อมาก่อนจะถูกขายออกก่อน ทำให้สินค้าที่เหลือในคลังจะเป็นล็อตที่ซื้อมาทีหลัง ซึ่งมักมีราคาใกล้เคียงกับราคาตลาดปัจจุบันมากที่สุด
ตัวอย่างเช่น ร้านขายเคสมือถือสั่งเคสมา 2 ล็อต ล็อตแรก 100 ชิ้น ชิ้นละ 50 บาท ล็อตสอง 100 ชิ้น ชิ้นละ 55 บาท เมื่อขายไป 120 ชิ้น FIFO จะคิดต้นทุนจากล็อตแรกก่อน
- ล็อตแรก 100 ชิ้น คูณ 50 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท (หมดล็อต)
- ล็อตสอง 20 ชิ้น คูณ 55 บาท เป็นเงิน 1,100 บาท
- ต้นทุนขายทั้งหมด คือ 6,100 บาท
- สินค้าคงเหลือ 80 ชิ้น คูณ 55 บาท เป็นเงิน 4,400 บาท
วิธีถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average)
วิธีนี้คำนวณต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยจากสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่ โดยนำต้นทุนรวมหารด้วยจำนวนหน่วยทั้งหมด แล้วใช้ต้นทุนเฉลี่ยนี้คิดทั้งสินค้าที่ขายและสินค้าที่เหลือ
จากตัวอย่างเดิม จะคำนวณได้ดังนี้
- ต้นทุนรวม คือ 10,500 บาท
- จำนวนสินค้าทั้งหมด คือ 200 ชิ้น
- ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้น คือ 52.50 บาท
- ขาย 120 ชิ้น ต้นทุนขาย คือ 6,300 บาท
ข้อแนะนำ: สำหรับ SME ที่ขายสินค้าหลากหลายชนิด วิธีถัวเฉลี่ยมักใช้ง่ายกว่าในทางปฏิบัติ ส่วนธุรกิจที่สินค้ามีวันหมดอายุชัดเจนอย่างอาหารหรือเครื่องสำอาง FIFO จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า
การตรวจนับสินค้าคงเหลือ และการจัดการผลต่าง
การตรวจนับสต๊อก (Physical Count) คือการนับสินค้าจริงในคลังแล้วเทียบกับยอดในระบบบัญชี ถ้ายอดไม่ตรงกัน กิจการต้องบันทึกผลต่างเข้าบัญชีทันที
สินค้าขาดหรือเกิน บันทึกบัญชีอย่างไร
เมื่อนับแล้วพบว่าสินค้าจริงไม่ตรงกับยอดในระบบ ต้องปรับปรุงรายการบัญชีดังนี้
- กรณีสินค้าขาด (ของจริงน้อยกว่าในระบบ): บันทึกเป็น “ผลขาดทุนจากการตรวจนับ” (ค่าใช้จ่าย)
- กรณีสินค้าเกิน (ของจริงมากกว่าในระบบ): บันทึกเป็น “กำไรจากการตรวจนับ” (รายได้อื่น)
ข้อควรระวังเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ประเด็นที่ SME หลายรายมองข้ามคือ ในทางภาษี กรมสรรพากรถือว่าสินค้าที่ขาดหายไปจากรายงานโดยไม่มีหลักฐานชี้แจงที่เหมาะสม เข้าข่ายเป็นการขายสินค้า กิจการที่จดทะเบียน VAT จึงต้องออกใบกำกับภาษีและเสีย VAT 7% สำหรับสินค้าที่หายไปนั้นด้วย
สินค้าเสื่อมสภาพ ล้าสมัย หรือชำรุด จัดการอย่างไร
เมื่อสินค้าในคลังเสื่อมสภาพ กิจการไม่สามารถแสดงสินค้าเหล่านั้นในราคาต้นทุนเดิมได้ ต้องตีราคาลดตามหลัก NRV (Net Realizable Value)
การตีราคาสินค้าด้วยมูลค่าที่ต่ำกว่า (NRV)
ตามมาตรฐานบัญชี TAS 2 กิจการต้องแสดงมูลค่าสินค้าคงเหลือในราคาที่ต่ำกว่าระหว่างต้นทุนกับ NRV โดย NRV หมายถึง ราคาขายโดยประมาณหักด้วยค่าใช้จ่ายในการทำให้สินค้าสำเร็จรูปและค่าใช้จ่ายในการขาย
หากคำนวณแล้วพบว่า NRV ต่ำกว่าต้นทุนเดิม กิจการต้องบันทึกเป็นขาดทุนจากการตีราคาสินค้าลดลงเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น
วิธีตัดจำหน่ายสินค้าชำรุด
กรณีสินค้าชำรุดจนใช้ไม่ได้ กิจการสามารถตัดจำหน่าย (Write Off) ออกจากบัญชีได้ โดยต้องมีหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน ได้แก่ รายงานการตรวจสอบสินค้าชำรุด รูปถ่ายสินค้า และรายงานการทำลาย เพื่อให้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
ผลกระทบของสต๊อกผิดพลาดต่องบกำไรขาดทุน
ข้อมูลสินค้าคงเหลือส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายในงบกำไรขาดทุน ถ้าสต๊อกผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ตัวเลขกำไรที่ออกมาจะคลาดเคลื่อนทันที
- สต๊อกบันทึกเกิน (กำไรสูงเกินจริง): เมื่อสินค้าคงเหลือปลายงวดสูงเกินจริง ต้นทุนขายที่คำนวณได้จะต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้กำไรสูงเกินจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียภาษีเงินได้มากกว่าที่ควร
- สต๊อกบันทึกขาด (กำไรต่ำเกินจริง): ถ้าสต๊อกปลายงวดต่ำกว่าความเป็นจริง ต้นทุนขายจะสูงเกิน กำไรที่แสดงจึงต่ำเกินจริง ทำให้ผู้บริหารอาจตัดสินใจผิดพลาด
ทั้งสองกรณีชี้ให้เห็นว่าความแม่นยำของข้อมูลสินค้าเป็นพื้นฐานสำคัญของงบการเงินที่น่าเชื่อถือ
หมายเหตุ: นอกจากการตีราคาและการบริหารสต๊อกแล้ว การเลือก “ระบบบันทึกบัญชี” ก็สำคัญไม่แพ้กัน หากคุณต้องการทราบว่าระบบบันทึกแบบ Perpetual และ Periodic มีการลงบันทึกเดบิต-เครดิตต่างกันอย่างไร สามารถอ่านบทความเจาะลึกของเราได้ที่ เจาะลึกบัญชี Perpetual vs Periodic พร้อมตัวอย่างการลงบันทึกบัญชี
การจัดการสินค้าคงเหลืออย่างถูกต้องไม่ใช่เรื่องยาก หัวใจสำคัญคือการเลือกวิธีตีราคาที่เหมาะกับธุรกิจ ใช้อย่างสม่ำเสมอ ตรวจนับสต๊อกสม่ำเสมอ และบันทึกรายการปรับปรุงให้ถูกต้องตามความเป็นจริง
PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ SME บันทึกรายการซื้อ-ขายสินค้า ติดตามสต๊อกคงเหลือ และออกรายงานสินค้าคงเหลือได้ครบในที่เดียว ทำให้การตรวจนับสต๊อกและปิดงบเป็นเรื่องง่ายขึ้น ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อสัมผัสประสบการณ์จัดการสต๊อกที่เป็นระบบตั้งแต่วันนี้
แหล่งอ้างอิง
- สภาวิชาชีพบัญชี. มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 (TAS 2) เรื่อง สินค้าคงเหลือ. (tfac.or.th)
- กรมสรรพากร. ภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีสินค้าขาดรายงาน. (rd.go.th)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ
สินค้าคงเหลือ อยู่หมวดไหนในงบดุล
สินค้าคงเหลือจัดอยู่ในหมวดสินทรัพย์หมุนเวียนในงบแสดงฐานะการเงิน โดยปกติจะแสดงอยู่ถัดจากลูกหนี้การค้า เพราะถือเป็นสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1 รอบบัญชี
FIFO กับ Weighted Average ต่างกันตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่มูลค่าสินค้าคงเหลือในงบดุล FIFO ทำให้มูลค่าสินค้าใกล้เคียงราคาตลาดปัจจุบันมากกว่า ส่วน Weighted Average ให้ตัวเลขเฉลี่ยที่อาจห่างจากราคาตลาดบ้าง แต่ทั้ง 2 วิธีกฎหมายไทยยอมรับให้ใช้งานได้
อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ (Inventory Turnover) คืออะไร
เป็นอัตราส่วนที่บอกว่าสินค้าขายหมดและเติมใหม่กี่รอบต่อปี คำนวณจากต้นทุนขายหารด้วยสต๊อกเฉลี่ย ยิ่งตัวเลขสูงแปลว่าสินค้าไม่ค้างสต๊อกนาน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของสภาพคล่อง
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
