
สำนักงานบัญชี คืออะไร และสำคัญอย่างไร
สำนักงานบัญชี (Accounting Firm) คือ ผู้ให้บริการที่รับทำบัญชี ปิดงบการเงิน และยื่นภาษีแทนกิจการ โดยมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) รับผิดชอบบัญชีของลูกค้าแต่ละราย
การเลือกสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ประการ
- ลดความเสี่ยงทางภาษี: ยื่นแบบแสดงรายการตรงเวลา และใช้เอกสารหลักฐานที่ถูกต้องตามประมวลรัษฎากรเพื่อลงเป็นรายจ่ายได้จริง ช่วยลดโอกาสการถูกประเมินเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
- ได้รับตัวเลขทางการเงินทันเวลาสำหรับการตัดสินใจ: งบการเงินรายเดือนช่วยให้เจ้าของกิจการตั้งราคาขายได้อย่างแม่นยำ ควบคุมต้นทุน และวางแผนบริหารกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ระบบงานบัญชีมีความต่อเนื่อง: สำนักงานบัญชีที่มีการบริหารงานเป็นทีมและเป็นระบบจะไม่ทิ้งงานกลางปี ช่วยลดความเสี่ยงในการต้องเปลี่ยนผู้ทำบัญชีและสะสางงานย้อนหลัง
ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณวรรณา (ชื่อสมมุติ) เจ้าของ บริษัท เอ็มเคพี แพคเกจจิ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตกล่องกระดาษส่งโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดชลบุรี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว มีพนักงาน 12 คน และมีเอกสารซื้อขายหมุนเวียนประมาณ 300 ฉบับต่อเดือน
ทำบัญชีต่างจากสอบบัญชีอย่างไร
สำนักงานบัญชีทำหน้าที่จัดทำบัญชี บันทึกรายการค้า และจัดทำงบการเงินให้แก่กิจการ ส่วนผู้สอบบัญชีทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินนั้นตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจ จึงไม่สามารถเป็นบุคคลคนเดียวกับผู้จัดทำบัญชีได้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ผู้สอบบัญชี คือใคร
สำนักงานบัญชีทำอะไรบ้าง
ขอบเขตการทำงานของสำนักงานบัญชีแบ่งออกเป็นงานประจำเดือน งานรอบครึ่งปี และงานประจำปี โดยรายละเอียดที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับสัญญาว่าจ้างที่ตกลงร่วมกัน
| รอบระยะเวลา | ขอบเขตงานหลัก |
|---|---|
| งานรายเดือน | บันทึกบัญชีจากเอกสารซื้อขาย · ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) · ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) · จัดทำและนำส่งเงินสมทบประกันสังคม |
| งานรอบครึ่งปี | ประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) |
| งานประจำปี | ปิดบัญชีจัดทำงบการเงิน · ประสานงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) · ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 · นำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
| บริการเสริมตามที่ตกลง | จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท · จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · บริการงานเงินเดือน (Payroll) · วางแผนและให้คำปรึกษาทางภาษี |
ผู้รับทำบัญชีมีกี่แบบ
ผู้รับจ้างทำบัญชีในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก โดยทุกรูปแบบต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และต้องแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
| รูปแบบผู้รับทำบัญชี | ลักษณะการดำเนินงาน | ข้อควรตรวจสอบก่อนว่าจ้าง |
|---|---|---|
| นักบัญชีอิสระ (Freelance) | ผู้ทำบัญชีรับงานและบริหารจัดการเพียงคนเดียว | วุฒิการศึกษาตรงตามขนาดกิจการ · จำนวนลูกค้าในมือไม่เกินเกณฑ์ · แผนการส่งต่องานกรณีฉุกเฉิน |
| สำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำบัญชี | จัดตั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล มีทีมงานผู้ทำบัญชีและผู้ช่วยแบ่งหน้าที่เป็นระบบ | ตรวจสอบชื่อผู้ทำบัญชีที่แจ้งต่อ DBD · บุคคลที่รับผิดชอบและประสานงานจริงในแต่ละวัน |
| สำนักงานบัญชีคุณภาพ | สำนักงานบัญชีที่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานคุณภาพจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า | ตรวจสอบหนังสือรับรองและวันหมดอายุการรับรองมาตรฐาน |
คุณสมบัติผู้ทำบัญชีที่ควรรู้
ผู้ทำบัญชีที่มีคุณวุฒิปริญญาตรีทางการบัญชีขึ้นไป สามารถรับทำบัญชีให้แก่นิติบุคคลได้ทุกขนาด ส่วนผู้ที่มีคุณวุฒิอนุปริญญาหรือ ปวส. ทางการบัญชี สามารถรับทำบัญชีได้เฉพาะห้างหุ้นส่วนและบริษัทที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท สินทรัพย์รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท
นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำบัญชี 1 คน สามารถรับทำบัญชีได้ไม่เกิน 100 รายต่อปี และต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ (CPD) ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงต่อปี ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ CPD คืออะไร
การรับรองคุณภาพของ DBD คืออะไร
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้การรับรองคุณภาพแก่สำนักงานบัญชีที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน 6 ด้าน เช่น การเปิดให้บริการมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี มีฐานลูกค้านิติบุคคลไม่น้อยกว่า 15 ราย และมีหัวหน้าสำนักงานบัญชีที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีบัญชีพร้อมประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจในมาตรฐานการทำงานให้แก่ผู้ประกอบการ
ทำบัญชีเอง จ้างพนักงาน หรือจ้างสำนักงานบัญชี
ก่อนตัดสินใจเลือกแนวทางบริหารงานบัญชี ผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของ 3 ทางเลือกหลักจากปัจจัยด้านต้นทุน ความเชี่ยวชาญ และความต่อเนื่องของงาน
| เกณฑ์การพิจารณา | ทำบัญชีด้วยตนเอง | จ้างพนักงานบัญชีประจำ | จ้างสำนักงานบัญชี |
|---|---|---|---|
| ภาระต้นทุน | ต่ำที่สุด แต่ใช้เวลาของเจ้าของกิจการสูง | มีเงินเดือนประจำ สวัสดิการ และอุปกรณ์ทำงานทุกเดือน | ค่าบริการรายเดือนและรายปีตามขอบเขตงานที่ตกลง |
| ความรู้ความเชี่ยวชาญภาษี | ขึ้นอยู่กับความรู้ของตัวเจ้าของกิจการ | ขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานประจำเพียงคนเดียว | มีทีมงานและผู้ทำบัญชีมืออาชีพคอยดูแลให้คำปรึกษา |
| ความต่อเนื่องของงาน | สะดุดเมื่อเจ้าของติดภารกิจอื่น | เสี่ยงต่องานหยุดชะงักเมื่อพนักงานลาออก | มีความต่อเนื่องสูง มีบุคลากรในทีมทดแทนงานได้ทันที |
| การปิดงบและยื่นภาษีประจำปี | ยังคงต้องจัดหาผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีที่มีคุณสมบัติ | ทำได้หากพนักงานมีคุณสมบัติครบตามขนาดกิจการ | รวมอยู่ในขอบเขตบริการที่ตกลงกันไว้ |
| ความเหมาะสม | ธุรกิจบุคคลธรรมดาหรือร้านค้าขนาดเล็ก | กิจการที่มีปริมาณเอกสารหมุนเวียนจำนวนมากทุกวัน | ธุรกิจนิติบุคคล SME ส่วนใหญ่ |
สัญญาณว่าถึงเวลาต้องจ้างคนทำบัญชี
- จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วน ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชีและนำส่งงบการเงินทุกปี
- จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แล้ว ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนแม้ในเดือนนั้นจะไม่มีรายได้
- เริ่มจ้างพนักงานประจำ ซึ่งมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน
- เอกสารทางธุรกิจมีปริมาณมากจนบันทึกไม่ทัน หรือเคยยื่นแบบล่าช้าจนต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
บริษัท เอ็มเคพี แพคเกจจิ้ง จำกัด เข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อในปีที่สอง คุณวรรณาจึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจากการบันทึกบัญชีเองในตอนกลางคืนมาเป็นการว่าจ้างสำนักงานบัญชีมืออาชีพ
ใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์แล้วยังต้องมีผู้ทำบัญชีไหม
ยังคงต้องมีผู้ทำบัญชี แม้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยออกเอกสาร บันทึกรายการ และสรุปรายงานให้อัตโนมัติ แต่นิติบุคคลยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการระบุชื่อผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติเพื่อรับผิดชอบการปิดงบการเงินและการยื่นภาษี
แนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในปัจจุบัน คือการที่เจ้าของกิจการออกเอกสารการขายและรับเงินผ่านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ด้วยตนเอง จากนั้นให้สำนักงานบัญชีเข้ามาร่วมใช้งานบนระบบเดียวกันเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและปิดบัญชี ทำให้ข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันโดยไม่ต้องเสียเวลาคีย์ข้อมูลซ้ำ
สำนักงานบัญชีที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
สำนักงานบัญชีที่สามารถเป็นพาร์ตเนอร์ดูแลธุรกิจได้ในระยะยาว ควรมีคุณลักษณะสำคัญ 5 ด้าน
1. เข้าใจธุรกิจของลูกค้า
มีความเข้าใจในลักษณะเฉพาะของแต่ละประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจผลิต ธุรกิจซื้อมาขายไป และธุรกิจบริการ มีการบันทึกต้นทุนและสินค้าคงคลังที่แตกต่างกัน รวมถึงเข้าใจความแตกต่างในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น โรงงานรับจ้างผลิตย่อมมีจุดเน้นทางบัญชีต่างจากโรงงานที่จำหน่ายสินค้าแบรนด์ของตนเอง
2. มีระบบและเครื่องมือที่ตรวจสอบได้
มีกระบวนการรับส่งเอกสาร การติดตามเอกสารที่สูญหาย และการแจ้งเตือนปัญหาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าของกิจการสามารถตรวจสอบความคืบหน้าได้ตลอดเวลาว่าเอกสารเดือนใดบันทึกเสร็จสิ้นแล้ว และยื่นแบบภาษีใดไปแล้วบ้าง
3. อธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
สามารถสื่อสารประเด็นภาษีและข้อกำหนดทางบัญชีที่ซับซ้อนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบตามข้อกฎหมาย โดยไม่ตอบเพียงแค่ว่าสามารถทำได้หรือทำไม่ได้
4. สื่อสารเป็นระบบ
กำหนดช่องทางการติดต่อ ผู้ประสานงานหลัก และกรอบเวลาในการตอบกลับไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเจ้าของกิจการล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดยื่นแบบภาษีเพื่อป้องกันค่าปรับ
5. ให้คำแนะนำที่ช่วยตัดสินใจ
สามารถวิเคราะห์ตัวเลขในงบการเงินและรายงานให้ผู้บริหารทราบถึงจุดผิดปกติ เช่น ต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขายเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ หรืออัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้ช้าลง พร้อมเสนอทางเลือกในการปรับปรุงที่สามารถปฏิบัติได้จริง
ต้องตรวจสอบอะไรบ้างก่อนจ้างสำนักงานบัญชี
ก่อนตัดสินใจลงนามในสัญญาว่าจ้าง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ 4 จุดสำคัญ
- ตัวตนของสำนักงานบัญชี: กรณีนิติบุคคล ตรวจสอบสถานะการจดทะเบียนนิติบุคคลและกรรมการผู้มีอำนาจผ่านระบบ DBD DataWarehouse+
- ผู้ทำบัญชีที่จะรับผิดชอบงาน: ขอชื่อ-นามสกุล เลขทะเบียนผู้ทำบัญชี และตรวจสอบว่ามีวุฒิการศึกษาตรงตามเกณฑ์ขนาดกิจการ พร้อมทั้งตกลงให้ดำเนินการแจ้งชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อ DBD ผ่านระบบ e-Accountant ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มทำบัญชี
- การรับรองมาตรฐานคุณภาพ: กรณีสำนักงานระบุว่าได้รับการรับรองคุณภาพจาก DBD ควรขอดูหนังสือรับรองและตรวจสอบวันหมดอายุ
- ความชัดเจนของสัญญาบริการ: สัญญาระบุขอบเขตงานที่รวมและไม่รวม อัตราค่าบริการ กำหนดเวลาส่งมอบเอกสาร และเงื่อนไขการส่งคืนเอกสารเมื่อสิ้นสุดสัญญาอย่างชัดเจน
4 เรื่องที่ต้องคุยก่อนเซ็นสัญญา
ขอบเขตงานรายเดือน
สำนักงานบัญชีบางแห่งบันทึกบัญชีครบถ้วนทุกเดือน ในขณะที่บางแห่งอาจเพียงแค่ยื่นแบบภาษีรายเดือนแล้วรวบรวมเอกสารไปบันทึกบัญชีในคราวเดียวตอนสิ้นปี หากผู้บริหารต้องการเห็นรายงานงบการเงินรายเดือนเพื่อดูผลกำไร จะต้องตกลงประเภทรายงานและกำหนดวันส่งมอบให้ชัดเจน
วิธีส่งเอกสาร
การส่งมอบเอกสารเป็นจุดที่เกิดข้อผิดพลาดได้บ่อย ควรตกลงรูปแบบการส่งมอบให้ชัดเจนว่าจะจัดส่งเป็นเอกสารกระดาษ ส่งไฟล์สแกน หรืออัปโหลดเข้าสู่โปรแกรมบัญชี พร้อมกำหนดวันตัดรอบเอกสารและแนวทางการติดตามเอกสารที่ตกหล่น
สิทธิ์ในโปรแกรมบัญชี
กรณีใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ร่วมกัน ควรกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างชัดเจนว่าฝ่ายใดมีหน้าที่ออกเอกสาร ฝ่ายใดบันทึกและปรับปรุงรายการ และที่สำคัญคือเมื่อสิ้นสุดสัญญาว่าจ้าง ฐานข้อมูลบัญชีทั้งหมดต้องยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของกิจการ
ทดสอบด้วยคำถามจริง
นำปัญหาที่ธุรกิจพบเจอจริงมาสอบถามในการพูดคุยครั้งแรก ตัวอย่างเช่น คุณวรรณานำประเด็นเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง และการจัดการรายได้จากการขายเศษกระดาษรีไซเคิลมาสอบถาม สำนักงานที่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจนพร้อมระบุเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ คือสำนักงานที่คุณวรรณาตัดสินใจร่วมงาน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยตอนเลือกสำนักงานบัญชี
| ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย | ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ |
|---|---|
| ตัดสินใจเลือกจากราคาที่ต่ำที่สุด | ขอบเขตงานอาจไม่ครอบคลุมการปิดงบการเงินและการยื่นภาษีประจำปี ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เพิ่มตอนสิ้นปี |
| ไม่ได้จัดทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร | ไม่สามารถควบคุมขอบเขตงานได้ชัดเจน และประสบปัญหาในการขอรับเอกสารคืนเมื่อเลิกจ้าง |
| ไม่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ทำบัญชี | อาจได้ผู้ทำบัญชีที่มีวุฒิไม่ตรงตามเกณฑ์ขนาดกิจการ หรือไม่ได้รับการแจ้งชื่อต่อ DBD อย่างถูกต้องตามกฎหมาย |
| ใช้บุคคลคนเดียวกันทั้งทำบัญชีและสอบบัญชี | ขัดต่อหลักความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และอาจทำให้งบการเงินถูกปฏิเสธการรับรอง |
| ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงฐานข้อมูลบัญชีของตนเอง | เจ้าของกิจการไม่สามารถทราบสถานะทางการเงินและตัวเลขกำไรที่แท้จริงได้จนกว่าจะสิ้นปี |
ค่าทำบัญชีขึ้นอยู่กับอะไร
ค่าบริการทำบัญชีไม่มีอัตรากลางตามกฎหมาย โดยสำนักงานแต่ละแห่งจะประเมินอัตราค่าบริการจากปัจจัยหลักในการปฏิบัติงาน
| ปัจจัยในการประเมินงาน | ผลกระทบต่ออัตราค่าบริการทำบัญชี |
|---|---|
| ปริมาณเอกสารต่อเดือน | เอกสารใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และสลิปการโอนเงินจำนวนมากต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลสูงขึ้น |
| การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | ต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบกำกับภาษี จัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน |
| จำนวนพนักงานในกิจการ | มีภาระงานในการจัดทำบัญชีเงินเดือน การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) และการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม |
| การบริหารสินค้าคงเหลือ | ธุรกิจผลิตและซื้อมาขายไปต้องมีการควบคุมสต๊อกสินค้าและคำนวณต้นทุนขายที่มีความซับซ้อนกว่าธุรกิจบริการ |
| ขอบเขตบริการรอบสิ้นปี | การปิดบัญชี การจัดทำงบการเงิน การประสานงานผู้สอบบัญชี และการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รวมอยู่ในแพ็กเกจหรือคิดแยกต่างหาก |
ทั้งนี้ ค่าบริการตรวจสอบบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายวิชาชีพที่แยกต่างหากจากค่าทำบัญชี เนื่องจากผู้สอบบัญชีต้องปฏิบัติงานอย่างเป็นอิสระ ศึกษาแนวทางการประเมินค่าตรวจสอบบัญชีได้ที่ ผู้สอบบัญชี คือใคร
จ้างแล้ว เจ้าของกิจการยังต้องทำอะไร
การว่าจ้างสำนักงานบัญชีไม่ได้หมายถึงการโอนภาระหน้าที่ตามกฎหมายทั้งหมด โดยกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทยังคงเป็นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
- ส่งมอบเอกสารให้ครบถ้วนและตรงตามเวลา: มาตรา 12 กำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องส่งมอบเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ถูกต้องและครบถ้วนให้แก่ผู้ทำบัญชี
- เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบไม่น้อยกว่า 5 ปี: ตามมาตรา 14 กำหนดให้ต้องเก็บรักษาเอกสารและสมุดบัญชีไว้ ณ สถานประกอบการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี
- ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงินก่อนอนุมัติ: กรรมการเป็นผู้ลงนามรับรองงบการเงินและนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น จึงควรทำความเข้าใจตัวเลขสำคัญในงบการเงินก่อนลงนามทุกครั้ง
หาสำนักงานบัญชีใกล้ฉันได้ที่ไหน
หากกิจการใช้งานหรือวางแผนจะใช้งานโปรแกรม PEAK สามารถค้นหาสำนักงานบัญชีพันธมิตรได้ผ่าน หน้าค้นหาสำนักงานบัญชีของ PEAK ซึ่งมีสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์มากกว่า 1,800 แห่งทั่วประเทศ
- เลือกค้นหาตามจังหวัดเพื่อดูรายชื่อสำนักงานบัญชีที่ตั้งอยู่ใกล้สถานประกอบการ พร้อมข้อมูลติดต่อโดยตรง
- กรองตามระดับมาตรฐานพันธมิตร (Gold, Silver, Bronze, Standard และ PEAK Specialist)
- ขอรับคำแนะนำจากทีมงาน PEAK เพื่อจับคู่สำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับประเภทธุรกิจ
ตัวอย่างเช่น คุณวรรณาค้นหาสำนักงานบัญชีในจังหวัดชลบุรี และติดต่อสัมภาษณ์ 3 แห่งด้วยชุดคำถามเดียวกัน จากนั้นตัดสินใจเลือกสำนักงานที่ส่งใบเสนอราคาแยกขอบเขตงานรายเดือนและงานปิดงบการเงินอย่างชัดเจนที่สุด
ข้อควรรู้เพิ่มเติม
- สามารถเปลี่ยนสำนักงานบัญชีระหว่างปีได้: แต่แนะนำให้เปลี่ยนหลังสิ้นสุดรอบการยื่นแบบภาษีประจำเดือน พร้อมทั้งขอรับสมุดบัญชี ทะเบียนเอกสาร และไฟล์ข้อมูลคืนให้ครบถ้วน และให้ผู้ทำบัญชีรายใหม่แจ้งชื่อต่อ DBD ภายใน 30 วัน
- ผู้ทำบัญชีที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบมีบทลงโทษ: การไม่แจ้งการทำบัญชีหรือรับทำบัญชีเกินโควตามีโทษปรับตามกฎหมาย
- สำนักงานบัญชีไม่ได้ป้องกันการตรวจสอบภาษี: แต่การมีระบบบัญชีและเอกสารที่ครบถ้วนจะช่วยให้สามารถชี้แจงต่อกรมสรรพากรได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
- บริษัทเปิดใหม่ควรมีผู้ทำบัญชีตั้งแต่เดือนแรก: เพื่อวางระบบเอกสารและการยื่นภาษีให้ถูกต้อง ศึกษาขั้นตอนการจัดตั้งได้ที่ จดทะเบียนบริษัท
สรุป – สำนักงานบัญชี พาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต
สำนักงานบัญชีคือผู้ดูแลงานบันทึกบัญชี จัดทำงบการเงิน และยื่นแบบภาษีแทนกิจการ โดยมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นผู้รับผิดชอบ การเลือกสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมต้องพิจารณาจากความเข้าใจในธุรกิจ ระบบการทำงานที่ตรวจสอบได้ และความโปร่งใสของสัญญาบริการ ทั้งนี้ เจ้าของกิจการยังคงมีหน้าที่ในการส่งมอบเอกสารประกอบที่ถูกต้องและเก็บรักษาเอกสารไว้ตามที่กฎหมายกำหนด การเลือกพาร์ตเนอร์ด้านบัญชีที่ดีจะช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลทางการเงินที่แม่นยำสำหรับวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
หาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ใกล้คุณ
ผู้ประกอบการสามารถ ค้นหาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ร่วมกับกิจการ ครอบคลุมทั้งบริการทำบัญชีครบวงจร ที่ปรึกษาภาษี และจดทะเบียนบริษัท โดยสามารถเลือกค้นหาตามพื้นที่หรือขอรับคำแนะนำจากทีมงาน พร้อมเริ่มต้นจัดการงานเอกสารทางธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อเชื่อมต่องานบัญชีระหว่างธุรกิจและสำนักงานบัญชีอย่างไร้รอยต่อตั้งแต่วันนี้
ศึกษาข้อกำหนดทางวิชาชีพเพิ่มเติมได้ที่บทความ ผู้สอบบัญชี คือใคร และติดตามบทความน่ารู้เพื่อการบริหารกิจการได้ที่หมวด ธุรกิจ ของ PEAK
แหล่งอ้างอิงข้อมูล
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กองกำกับบัญชีธุรกิจ: แนวทางและคุณสมบัติผู้ทำบัญชี
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
- สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชัยนาท: หลักเกณฑ์การรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ระบบคลังข้อมูลธุรกิจ: DBD DataWarehouse+
- PEAK: ค้นหาสำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ PEAK ทั่วประเทศ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี
รับทำบัญชีเดือนละเท่าไหร่
อัตราค่าบริการทำบัญชีไม่มีเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสาร การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนพนักงาน และขอบเขตงานรอบสิ้นปี ผู้ประกอบการควรขอใบเสนอราคาที่แยกรายการค่างานประจำเดือนและงานปิดงบการเงินประจำปีอย่างชัดเจนจากสำนักงาน 2–3 แห่งเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า
สำนักงานบัญชีกับนักบัญชีอิสระต่างกันอย่างไร
นักบัญชีอิสระจะรับงานและบริหารจัดการเพียงคนเดียว ในขณะที่สำนักงานบัญชีจะทำงานเป็นทีม มีระบบตรวจสอบทานงาน และมีบุคลากรทดแทนเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ ทั้งสองรูปแบบต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดและได้รับการแจ้งชื่อต่อ DBD เช่นเดียวกัน
บริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีรายได้ต้องจ้างสำนักงานบัญชีไหม
ต้องมีผู้ทำบัญชี เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้นิติบุคคลมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี ปิดงบการเงิน และนำส่งงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีทุกปี แม้ในรอบปีนั้นจะยังไม่มีรายรับก็ตาม และหากกิจการได้จดทะเบียน VAT ไว้แล้ว จะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนตามรอบปกติ
ให้สำนักงานที่ทำบัญชีสอบบัญชีด้วยได้ไหม
ไม่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีคนเดียวกับผู้ทำบัญชีได้ เนื่องจากมาตรฐานวิชาชีพบัญชีกำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องมีความเป็นอิสระในการตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน การทำหน้าที่ทั้งสองอย่างโดยบุคคลหรือทีมงานเดียวกันจะถือว่าขัดต่อหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ
เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องทำอย่างไร
ผู้ประกอบการควรแจ้งสำนักงานเดิมล่วงหน้าตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา ขอรับเอกสารประกอบการลงบัญชี สมุดบัญชี และไฟล์สำรองข้อมูลในระบบคืนให้ครบถ้วน จากนั้นให้ผู้ทำบัญชีรายใหม่ดำเนินการแจ้งรายชื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
