
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร และสำคัญอย่างไร?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นโดยสมัครใจ ลูกจ้างจ่าย “เงินสะสม” และนายจ้างจ่าย “เงินสมทบ” เข้ากองทุนทุกเดือน แล้วให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) นำไปลงทุน
เงินก้อนนี้จะคืนให้ลูกจ้างเมื่อออกจากงาน เกษียณ หรือเสียชีวิต
PVD จัดตั้งตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และอยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน ก.ล.ต. กองทุนแยกเป็นนิติบุคคลต่างหากจากบริษัท แม้บริษัทจะมีปัญหาทางการเงิน เงินในกองทุนก็ยังเป็นของสมาชิก
เรื่องนี้สำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน
- ลูกจ้างมีเงินออมเพื่อเกษียณ ที่หักอัตโนมัติทุกเดือน และได้เงินสมทบจากนายจ้างเพิ่มเหมือนได้ค่าตอบแทนอีกก้อน
- ประหยัดภาษีทั้ง 2 ฝ่าย ลูกจ้างนำเงินสะสมไปลดหย่อนและยกเว้นภาษีได้ ส่วนนายจ้างหักเงินสมทบเป็นรายจ่ายได้
- ใช้แทนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ที่บังคับกิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปและไม่ได้จัดให้มี PVD ซึ่ง ครม. มีมติเมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ให้เลื่อนไปเริ่มเก็บเงิน 1 มกราคม 2570
ตลอดบทความนี้จะใช้ตัวอย่างของคุณบี เจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในที่มีพนักงาน 12 คน กำลังตัดสินใจว่าจะตั้ง PVD หรือไม่ และคุณแนน สถาปนิกของบริษัท เงินเดือน 30,000 บาท หรือปีละ 360,000 บาท
เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาจากไหน?
เงินในบัญชีของสมาชิกแต่ละคนแบ่งเป็น 4 ส่วน การแยก 4 ส่วนนี้ให้ออกเป็นพื้นฐานของเรื่องภาษีและเงินที่ได้ตอนลาออก
| ส่วนที่ | ชื่อ | มาจากไหน | ลาออกแล้วได้เท่าไร |
|---|---|---|---|
| 1 | เงินสะสม | ลูกจ้างหักจากเงินเดือนตัวเอง | ได้ครบทุกกรณี |
| 2 | ผลประโยชน์ของเงินสะสม | ผลตอบแทนจากการลงทุนเงินส่วนที่ 1 | ได้ครบทุกกรณี |
| 3 | เงินสมทบ | นายจ้างจ่ายเพิ่มให้ | ตามอายุงานที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด |
| 4 | ผลประโยชน์ของเงินสมทบ | ผลตอบแทนจากการลงทุนเงินส่วนที่ 3 | ตามอายุงานที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด |
ส่วนที่ 1 และ 2 เป็นของลูกจ้างเสมอ ส่วนที่ 3 และ 4 ขึ้นกับว่าทำงานมานานพอตามเงื่อนไขของกองทุนหรือยัง
เงินสะสมและเงินสมทบหักกี่เปอร์เซ็นต์?
กฎหมายกำหนดให้ทั้งเงินสะสมและเงินสมทบอยู่ระหว่าง 2–15% ของค่าจ้าง ตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อัตราที่ใช้จริงในแต่ละบริษัทกำหนดไว้ในข้อบังคับของกองทุน
หลายบทความเขียนว่านายจ้างต้องสมทบไม่น้อยกว่าที่ลูกจ้างสะสม แต่ตัวบทมาตรา 10 กำหนดเพียงช่วง 2–15% ของทั้ง 2 ฝ่าย ในทางปฏิบัติบริษัทส่วนใหญ่สมทบเท่ากับหรือมากกว่าเงินสะสม เพราะเป็นสวัสดิการที่ใช้ดึงคน แต่เป็นการตกลงในข้อบังคับกองทุน ไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายบังคับ
| รายการ | อัตราตามกฎหมาย | ตัวอย่างคุณแนน (5% ทั้ง 2 ฝ่าย) |
|---|---|---|
| เงินสะสม (ลูกจ้าง) | 2–15% ของค่าจ้าง | 30,000 × 5% = 1,500 บาท/เดือน |
| เงินสมทบ (นายจ้าง) | 2–15% ของค่าจ้าง | 30,000 × 5% = 1,500 บาท/เดือน |
| รวมเข้ากองทุน | – | 3,000 บาท/เดือน หรือ 36,000 บาท/ปี |
บางกองทุนให้ลูกจ้างเลือกอัตราเงินสะสมเองได้ เช่น 3% 5% 10% หรือ 15% และให้เปลี่ยนได้ปีละครั้ง ส่วนเงินสมทบมักผูกกับอายุงาน เช่น ทำงานครบ 5 ปีสมทบเพิ่มจาก 5% เป็น 7%
ทำงานกี่ปีถึงได้เงินสมทบของนายจ้างครบ?
ไม่มีกฎหมายกำหนดจำนวนปีตายตัว ทุกกองทุนเขียนเงื่อนไขไว้ในข้อบังคับ เรียกว่า Vesting ตัวอย่างข้อบังคับของบริษัทคุณบีเป็นดังนี้
| อายุงาน | สัดส่วนเงินสมทบ (ส่วนที่ 3 และ 4) ที่ได้รับ |
|---|---|
| ไม่ถึง 1 ปี | 0% |
| 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | 50% |
| 3 ปี แต่ไม่ถึง 5 ปี | 75% |
| 5 ปีขึ้นไป | 100% |
ส่วนที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายคืนให้ลูกจ้างจะกลับเข้ากองทุนหรือคืนนายจ้างตามที่ข้อบังคับเขียนไว้ ลูกจ้างที่อยากรู้ตัวเลขของตัวเองควรขอดูข้อบังคับกองทุนจากฝ่ายบุคคล เพราะแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?
เงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายเข้า PVD ใช้ลดภาษีได้ 2 ชั้น และต้องดูเพดานรวมกับกองทุนเกษียณอื่นด้วย
| ชั้น | สิทธิ | เพดาน | แหล่ง |
|---|---|---|---|
| 1 | หักลดหย่อน | ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10,000 บาท | กรมสรรพากร |
| 2 | ยกเว้นเงินได้ส่วนที่เกิน 10,000 บาท | ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000 บาท | กฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (35) |
| เพดานรวม | รวมกับ RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนเกษียณอื่นตามที่กฎหมายกำหนด | ไม่เกิน 500,000 บาท | กรมสรรพากร |
คุณแนนสะสมปีละ 18,000 บาท ใช้หักลดหย่อนได้ 10,000 บาท ส่วนที่เหลือ 8,000 บาทได้รับยกเว้น เพราะยังไม่เกิน 15% ของค่าจ้างทั้งปี (360,000 × 15% = 54,000 บาท) รวมแล้วเงินสะสมทั้ง 18,000 บาทไม่ต้องนำมาคิดภาษี
ถ้าคุณแนนเพิ่มอัตราเงินสะสมเป็น 15% จะสะสมปีละ 54,000 บาท ลดหย่อนได้ 10,000 บาท และยกเว้นได้อีก 44,000 บาท ใช้สิทธิเต็มเพดาน 15% ของค่าจ้างพอดี
เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้ไม่ถือเป็นเงินได้ของลูกจ้างในปีที่จ่าย ภาษีจะไปเกิดตอนรับเงินออกจากกองทุนแทน ซึ่งอธิบายในหัวข้อถัดไป
ลาออกจากงานได้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเท่าไหร่?
เมื่อลาออกจากงาน ลูกจ้างได้เงินส่วนที่ 1 และ 2 ครบ บวกส่วนที่ 3 และ 4 ตามสัดส่วน Vesting ส่วนภาษีขึ้นกับอายุงานและอายุตัว ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. สรุปไว้
| กรณี | ภาษีของส่วนที่ 2–4 | ส่วนที่ 1 (เงินสะสม) |
|---|---|---|
| ทำงานไม่ถึง 5 ปี | นำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้ทั้งปี | ไม่เสียภาษี |
| ทำงาน 5 ปีขึ้นไป | เลือกรวมกับเงินได้ทั้งปี หรือแยกคำนวณ โดยหัก 7,000 บาทคูณจำนวนปีที่ทำงาน แล้วหักอีกครึ่งหนึ่งของที่เหลือ | ไม่เสียภาษี |
| อายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือออกเพราะตาย ทุพพลภาพ | ได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน | ไม่เสียภาษี |
กรณีได้รับยกเว้นเป็นไปตามกฎกระทรวงฉบับที่ 126 ข้อ 2 (36) และหลักเกณฑ์ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188) ซึ่งนับระยะเวลาสมาชิกรวมกองทุนเดิมที่โอนย้ายมาด้วย
ตัวอย่างคุณแนนลาออกเมื่อทำงานครบ 4 ปี สมมติผลตอบแทนตลอด 4 ปีเป็นส่วนละ 4,000 บาท
| ส่วน | ยอดในกองทุน | ได้รับ |
|---|---|---|
| 1 เงินสะสม | 18,000 × 4 = 72,000 | 72,000 |
| 2 ผลประโยชน์เงินสะสม | 4,000 | 4,000 |
| 3 เงินสมทบ | 18,000 × 4 = 72,000 | 72,000 × 75% = 54,000 |
| 4 ผลประโยชน์เงินสมทบ | 4,000 | 4,000 × 75% = 3,000 |
| รวม | 152,000 | 133,000 |
คุณแนนได้รับเงินรวม 133,000 บาท เพราะทำงานไม่ถึง 5 ปี ส่วนที่ 2–4 รวม 61,000 บาท (4,000 + 54,000 + 3,000) ต้องนำไปรวมกับเงินเดือนทั้งปีเพื่อคำนวณภาษี ส่วนเงินสะสม 72,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี
ถ้าคุณแนนทำงานครบ 6 ปีและส่วนที่ 2–4 รวมเป็น 130,000 บาท เลือกแยกคำนวณได้ โดยหัก 7,000 × 6 = 42,000 บาท เหลือ 88,000 บาท แล้วหักอีกครึ่งหนึ่ง เหลือเงินได้ที่ต้องคิดภาษีแยก 44,000 บาท ซึ่งมักเสียภาษีน้อยกว่ารวมกับเงินเดือน
วิธีคิดภาษีเงินก้อนตอนออกจากงานแบบอื่นอ่านต่อได้ที่บทความ เกษียณอายุ เงินเกษียณได้เท่าไร เสียภาษียังไง
ลาออกแล้วกี่วันได้เงิน และมีทางเลือกอะไรบ้าง?
กองทุนต้องจ่ายเงินให้ครั้งเดียวภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ ตามมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ก่อนรับเงิน ลูกจ้างเลือกได้ 3 ทาง
| ทางเลือก | เงื่อนไข | ภาษี |
|---|---|---|
| รับเงินออกมา | ได้ภายใน 30 วัน | ตามตารางข้างบน |
| คงเงินไว้ในกองทุนเดิม | ข้อบังคับต้องให้คงไว้ได้ไม่น้อยกว่า 90 วันนับแต่ออกจากงาน (มาตรา 23/3) อาจมีค่าธรรมเนียมรายปี | ยังไม่เกิดภาษี จนกว่าจะรับเงิน |
| โอนเงิน | โอนเข้ากองทุนของนายจ้างใหม่ หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพสำหรับเงิน PVD (RMF for PVD) (มาตรา 23/4) | ยังไม่เกิดภาษี และนับอายุสมาชิกต่อเนื่อง |
ถ้าคุณแนนย้ายไปบริษัทใหม่ที่มี PVD การโอนเงินไปกองทุนใหม่ช่วยให้อายุสมาชิกนับต่อ และเมื่อครบอายุ 55 ปีกับเป็นสมาชิกครบ 5 ปี เงินทั้งหมดจะได้รับยกเว้นภาษี
อีกกรณีที่คนสับสนบ่อยคือลาออกจากกองทุนแต่ยังทำงานอยู่ที่เดิม กรณีนี้ส่วนที่ 2–4 ที่ได้รับต้องนำไปรวมคำนวณภาษีทั้งปี และมักต้องรอระยะเวลาตามข้อบังคับก่อนสมัครกลับเข้ากองทุนได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างและประกันสังคมอย่างไร?
ทั้ง 3 กองทุนหักจากเงินเดือนเหมือนกัน แต่มีหน้าที่และภาคบังคับต่างกัน
| ประเด็น | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ | กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง | ประกันสังคม |
|---|---|---|---|
| บังคับไหม | สมัครใจ | บังคับกิจการ 10 คนขึ้นไปที่ไม่มี PVD | บังคับนายจ้างทุกรายที่มีลูกจ้าง |
| อัตราต่อฝ่าย | 2–15% ของค่าจ้าง | 0.25% ใน 5 ปีแรก แล้วเป็น 0.5% (ตามมติ ครม. 14 ต.ค. 2569 เริ่ม 1 ม.ค. 2570 อยู่ระหว่างออกกฎหมาย) | 5% ของค่าจ้าง ตามฐานค่าจ้างที่กฎหมายกำหนด |
| ผู้ดูแล | บลจ. ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน | สำนักงานประกันสังคม |
| ได้เงินเมื่อไร | ออกจากงาน เกษียณ เสียชีวิต | ออกจากงาน เสียชีวิต | ตามสิทธิประโยชน์ 7 กรณี เช่น เจ็บป่วย ว่างงาน ชราภาพ |
| สิทธิภาษีลูกจ้าง | ลดหย่อน 10,000 + ยกเว้นส่วนเกิน | – | ลดหย่อนตามเงินสมทบที่จ่าย |
อัตรากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเดิมมาจากกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ พ.ศ. 2568 ซึ่งให้เริ่ม 1 ตุลาคม 2569 ต่อมาครม. รับหลักการร่างกฎหมายใหม่เมื่อ 14 ตุลาคม 2569 ให้เลื่อนวันเริ่มออกไป 3 เดือน อัตราเท่าเดิม ร่างนี้ยังรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ส่วนเกณฑ์ 10 คนและข้อยกเว้นสำหรับกิจการที่มี PVD มาจากมาตรา 130 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
ถ้าลูกจ้างบางคนไม่ได้เป็นสมาชิก PVD เช่น ยังทดลองงานหรือเลือกไม่สมัคร ลูกจ้างกลุ่มนั้นยังต้องเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตามแนวทางที่สำนักกฎหมายและสำนักบัญชีหลายแห่งอธิบายตรงกัน รายละเอียดอ่านต่อได้ที่บทความ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 2569 คืออะไร
ประกันสังคมต้องจ่ายทุกกรณี ไม่ว่าบริษัทจะมี PVD หรือไม่ การตั้ง PVD จึงแทนได้เฉพาะกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สิทธิประโยชน์ประกันสังคมแต่ละกรณีดูได้ที่บทความ เช็คสิทธิประกันสังคม มาตรา 33 39 40
นายจ้างควรตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไหม และต้นทุนเท่าไร?
คำตอบขึ้นกับว่ากิจการต้องการใช้สวัสดิการดึงคนมากแค่ไหน เพราะต้นทุน PVD สูงกว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหลายเท่า
บริษัทคุณบีมีพนักงาน 12 คน ค่าจ้างรวมเดือนละ 300,000 บาท ต้นทุนของนายจ้างแต่ละทางเป็นดังนี้
| ทางเลือก | อัตราสมทบนายจ้าง | ต่อเดือน | ต่อปี |
|---|---|---|---|
| กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง | 0.25% | 750 | 9,000 |
| PVD สมทบ 3% | 3% | 9,000 | 108,000 |
| PVD สมทบ 5% | 5% | 15,000 | 180,000 |
ต้นทุน PVD 5% สูงกว่ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 20 เท่า แต่มีข้อดีที่ต้องชั่งด้วย
- เงินสมทบหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างลูกจ้าง ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังอธิบายไว้
- ใช้เป็นจุดขายตอนรับคนเก่ง และ Vesting ช่วยจูงใจให้อยู่นานขึ้น
- ลูกจ้างได้สิทธิลดหย่อนภาษีที่กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่มี
ในทางกลับกัน ถ้าพนักงานส่วนใหญ่เป็นพนักงานชั่วคราวหรือเปลี่ยนงานเร็ว ประโยชน์เรื่องรักษาคนจะลดลง และกิจการที่กระแสเงินสดยังไม่นิ่งอาจเริ่มจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างก่อน แล้วค่อยตั้ง PVD เมื่อพร้อม
คุณบีเลือกเริ่ม PVD ที่สมทบ 3% ก่อน เพราะต้นทุนปีละ 108,000 บาทยังรับได้ และวางแผนเพิ่มอัตราสมทบตามอายุงานในข้อบังคับ แทนการเริ่มที่ 5% แล้วลดไม่ได้
นายจ้างจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร?
SME ส่วนใหญ่ไม่ได้ตั้งกองทุนใหม่ของตัวเอง แต่เข้าร่วมกองทุนแบบหลายนายจ้าง (Pooled Fund) ที่ บลจ. จัดไว้แล้ว ซึ่งเริ่มได้เร็วกว่าและใช้เอกสารน้อยกว่า ขั้นตอนหลักเป็นดังนี้
- กำหนดอัตราและงบประมาณ ตัดสินใจอัตราเงินสมทบ อัตราเงินสะสมที่ให้เลือก และคำนวณต้นทุนต่อปี
- เทียบข้อเสนอจาก บลจ. อย่างน้อย 2–3 แห่ง ดูค่าธรรมเนียม นโยบายการลงทุนให้เลือก และช่องทางให้สมาชิกเช็กยอด
- ตั้งคณะกรรมการกองทุน มีผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนที่ลูกจ้างเลือก
- ทำข้อบังคับกองทุน ระบุอัตรา Vesting คุณสมบัติสมาชิก และเงื่อนไขการลาออกจากกองทุน
- ยื่นจดทะเบียน บลจ. ยื่นต่อนายทะเบียน หรือรับบริษัทเข้าเป็นนายจ้างในกองทุนที่จดทะเบียนแล้ว
- เปิดรับสมาชิกและเริ่มหักเงิน ตั้งรายการหักในระบบเงินเดือน แล้วส่งเงินเข้ากองทุนทุกงวด
ข้อที่นายจ้างพลาดบ่อยที่สุดคือกำหนดส่งเงิน มาตรา 10 ให้ส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่จ่ายค่าจ้าง ถ้าส่งช้าหรือไม่ครบต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือนของยอดที่ค้าง
บันทึกบัญชีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร?
ในแต่ละงวดเงินเดือนมี 3 รายการที่เกี่ยวกับ PVD ตัวอย่างนี้ใช้เงินเดือนคุณแนน 30,000 บาท และตัดรายการหักอื่น เช่น ประกันสังคมและภาษีหัก ณ ที่จ่าย ออกเพื่อให้ดูง่าย
| รายการ | เดบิต | เครดิต |
|---|---|---|
| 1. จ่ายเงินเดือนและหักเงินสะสม | เงินเดือน 30,000 | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่าย 1,500 · เงินฝากธนาคาร 28,500 |
| 2. บันทึกเงินสมทบของนายจ้าง | เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1,500 | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่าย 1,500 |
| 3. นำส่งเข้ากองทุนภายใน 3 วันทำการ | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่าย 3,000 | เงินฝากธนาคาร 3,000 |
บัญชีเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพค้างจ่ายเป็นหนี้สินที่ต้องเป็นศูนย์หลังนำส่ง ถ้าปลายเดือนยังมียอดค้าง แปลว่ามีงวดที่ยังไม่ได้ส่งเงิน
เงินสะสมของลูกจ้างแสดงเป็นรายการหักในสลิปเงินเดือน รายละเอียดว่าสลิปต้องมีข้อมูลอะไรบ้างอ่านต่อได้ที่บทความ สลิปเงินเดือน และการหักภาษีจากเงินเดือนดูได้ที่บทความ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
จากที่เห็นในทางปฏิบัติ ปัญหาของ PVD ใน SME ไม่ได้อยู่ที่ตอนตั้งกองทุน แต่อยู่ที่ไม่มีใครอธิบายข้อบังคับให้ลูกจ้างเข้าใจตั้งแต่วันแรก
- เพดาน 500,000 บาทนับรวมเงินสะสม PVD กับ RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ และกองทุนเกษียณอื่นที่กฎหมายกำหนด ลูกจ้างที่ซื้อ RMF เพิ่มควรรวมยอดก่อนซื้อ
- ฉบับรวมแก้ไขของ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ ก.ล.ต. เผยแพร่ แก้ไขล่าสุดปี 2560 และมีร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่ ก.ล.ต. เผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็น ร่างยังไม่มีผลบังคับ
- กองทุนต้องส่งรายงานยอดเงินให้สมาชิกเป็นระยะ ลูกจ้างที่ลาออกควรเก็บใบรับรองยอดเงินไว้ใช้ยื่นภาษีและโอนกองทุน
- ข้อบังคับกองทุนแก้ไขได้ เช่น ปรับอัตราสมทบหรือตาราง Vesting แต่ต้องผ่านคณะกรรมการกองทุนและแจ้งสมาชิก จึงควรวางอัตราเริ่มต้นที่บริษัทจ่ายไหวในระยะยาว
สรุป – กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต้องจำอะไรบ้าง?
PVD ให้ประโยชน์ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องเข้าใจข้อบังคับกองทุนของตัวเอง เพราะตัวเลขที่ได้จริงตอนลาออกขึ้นกับข้อบังคับมากกว่ากฎหมาย
- เงินสะสมและเงินสมทบอยู่ระหว่าง 2–15% ของค่าจ้าง อัตราจริงและ Vesting อยู่ในข้อบังคับกองทุน
- ลูกจ้างลดหย่อนเงินสะสมได้ 10,000 บาท และยกเว้นส่วนเกินได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างหรือ 490,000 บาท รวมกับกองทุนเกษียณอื่นไม่เกิน 500,000 บาท
- ลาออกได้เงินภายใน 30 วัน เงินสะสมไม่เสียภาษี ส่วนที่ 2–4 เสียภาษีตามอายุงาน หรือคงเงินและโอนกองทุนเพื่อเลื่อนภาษี
- นายจ้างต้องส่งเงินภายใน 3 วันทำการนับแต่วันจ่ายค่าจ้าง และหักเงินสมทบเป็นรายจ่ายได้ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
ถ้าเป็นลูกจ้าง ลองขอข้อบังคับกองทุนจากฝ่ายบุคคลแล้วดูตาราง Vesting ของตัวเอง ถ้าเป็นนายจ้าง ลองคำนวณต้นทุน PVD ที่อัตรา 3% เทียบกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแบบตารางของคุณบี
พอมีพนักงานเกิน 10 คน การหักเงินสะสม บันทึกเงินสมทบ และส่งเงินให้ทันภายใน 3 วันทำการทุกงวดด้วย Excel พลาดง่าย และพลาดแต่ละครั้งมีเงินเพิ่มร้อยละ 5 ต่อเดือน
PEAK Payroll มีรายการหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เปิดใช้ในระบบเงินเดือน หักเงินสะสมพร้อมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายในงวดเดียวกัน และบันทึกเงินสมทบกับยอดค้างจ่ายเข้าบัญชีได้ต่อเนื่อง
ดูภาพรวมระบบได้ที่คู่มือระบบเงินเดือนใน PEAK Payroll และขั้นตอนกรณีมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือ PEAK
ติดตามความรู้เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านบัญชี บทความด้านภาษี และบทความด้านธุรกิจ ของ PEAK
แหล่งอ้างอิง:
- สำนักงาน ก.ล.ต. – พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 (ฉบับรวมแก้ไข)
- สำนักงาน ก.ล.ต. – ภาษีเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- กรมสรรพากร – กฎกระทรวงฉบับที่ 126
- กรมสรรพากร – ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง
- กรมสรรพากร – ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 188)
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง – กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา – กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง พ.ศ. 2568
- Thai PBS – ครม.เลื่อนเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง 3 เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 2570 (14 ต.ค. 2569)
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 13 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง (มาตรา 126–138)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
PVD ย่อมาจากอะไร และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาษาอังกฤษคืออะไร?
PVD ย่อมาจาก Provident Fund ซึ่งเป็นชื่อภาษาอังกฤษของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คำว่า Provident แปลว่าการเตรียมไว้สำหรับอนาคต
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเหมาะกับใคร?
เหมาะกับลูกจ้างที่ตั้งใจทำงานกับบริษัทนานพอจะได้เงินสมทบเต็มตาม Vesting และต้องการลดภาษี ส่วนคนที่วางแผนย้ายงานเร็ว ยังควรสมัครเพราะได้ทั้งสิทธิลดหย่อนและเงินสะสมคืนครบ เพียงได้เงินสมทบไม่เต็ม
ลาออกจากกองทุนแต่ไม่ลาออกจากงานได้ไหม?
ได้ ถ้าข้อบังคับกองทุนอนุญาต แต่ส่วนที่ 2–4 ที่ได้รับต้องนำไปรวมคำนวณภาษีทั้งปี และส่วนใหญ่ต้องรอระยะเวลาตามข้อบังคับก่อนสมัครกลับเข้ากองทุน
เปลี่ยนงานแล้วโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปที่ใหม่ได้ไหม?
ได้ ถ้าบริษัทใหม่มี PVD ให้แจ้งโอนเงินเข้ากองทุนใหม่ อายุสมาชิกจะนับต่อเนื่อง ถ้าบริษัทใหม่ไม่มี PVD ให้คงเงินไว้ในกองทุนเดิมหรือโอนเข้า RMF for PVD เพื่อยังไม่ต้องเสียภาษี
บริษัทที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คนต้องจ่ายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไหม?
ยังไม่ต้อง มาตรา 130 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน บังคับกิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปก่อน ส่วนกิจการที่เล็กกว่าจะบังคับเมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนด แต่ยังสมัครเข้าร่วมแบบสมัครใจได้ถ้านายจ้างยินยอม
เช็คยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ไหน?
ดูได้จากใบแจ้งยอดเงินที่ บลจ. ส่งให้สมาชิก หรือเข้าระบบออนไลน์ของ บลจ. ที่ดูแลกองทุนของบริษัท ถ้าไม่รู้ว่าบริษัทใช้ บลจ. ไหน ให้สอบถามฝ่ายบุคคลเพื่อขอรหัสนายจ้างและช่องทางเข้าระบบ
ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine
