งบทดลอง คืออะไร
Table of Contents

เจ้าของธุรกิจหลายคนไม่เคยเปิดดูงบทดลองเลย รอดูตัวเลขตอนปิดงบสิ้นปี ทั้งที่งบนี้เป็นเครื่องมือตรวจสุขภาพการเงินที่ช่วยให้เห็นปัญหาได้เร็วกว่ารองบการเงินจริง โดยบทความนี้จะพาคุณมาเข้าใจงบทดลอง ตั้งแต่ความหมาย ประเภท วิธีทำ พร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงที่เจ้าของธุรกิจอ่านแล้วนำไปใช้ได้ทันที

งบทดลอง (Trial Balance) คืออะไร?

งบทดลอง คือ รายงานสรุปยอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ณ วันใดวันหนึ่ง ใช้ตรวจสอบว่าการบันทึกบัญชีถูกต้องหรือไม่ หลักการสำคัญอยู่ที่ระบบบัญชีคู่ (Double-Entry Bookkeeping) ซึ่งกำหนดว่ายอดรวมฝั่งเดบิต (Debit) และเครดิต (Credit) ต้องเท่ากันเสมอ หากยอดไม่เท่ากัน แสดงว่ามีการบันทึกบัญชีผิดพลาด

แม้กฎหมายจะไม่บังคับให้ยื่นงบทดลองต่อกรมสรรพากร แต่ในเชิงบริหาร งบนี้มีประโยชน์หลายด้าน

  • ช่วยให้เจ้าของธุรกิจวิเคราะห์สถานะการเงินได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องรอปิดงบสิ้นปี
  • ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นในการจัดทำงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุน
  • ช่วยลดความรีบเร่งและข้อผิดพลาดตอนยื่นงบประจำปี
  • ใช้ตรวจจับค่าใช้จ่ายแฝงหรือการบันทึกบัญชีผิดหมวดได้ทันเวลา

งบทดลองมีกี่ประเภท

งบทดลองแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามช่วงเวลาของการตรวจสอบบัญชี แต่ละแบบมีจุดประสงค์ต่างกัน

งบทดลองก่อนปรับปรุง

เป็นงบที่จัดทำก่อนบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี เช่น ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รายได้ค้างรับ หรือค่าเสื่อมราคา ตัวเลขในงบนี้สะท้อนเฉพาะรายการที่บันทึกจริงในช่วงระหว่างรอบบัญชี ยังไม่มีรายการตามเกณฑ์คงค้าง

ตัวอย่าง บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ร้านขายเสื้อผ้าออนไลน์ ปิดรอบเดือนมิถุนายน ยังไม่ได้บันทึกค่าเช่าออฟฟิศค้างจ่าย 15,000 บาท งบทดลองก่อนปรับปรุงจะยังไม่มียอดนี้ แต่ก็ยังใช้เช็กเบื้องต้นได้ว่าเดบิตและเครดิตตรงกันหรือเปล่า

งบทดลองหลังปรับปรุง

เป็นงบที่จัดทำหลังบันทึกรายการปรับปรุงครบแล้ว เช่น ตัดค่าเสื่อมราคา บันทึกค่าใช้จ่ายค้างจ่าย และรายได้ค้างรับ ตัวเลขในงบนี้จึงสะท้อนผลการดำเนินงานได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด สามารถนำไปจัดทำงบกำไรขาดทุนได้ทันที

งบทดลองหลังปิดบัญชี

เป็นงบที่จัดทำหลังปิดบัญชีรายได้และค่าใช้จ่ายเข้ากำไรสะสมเรียบร้อยแล้ว จึงเหลือเฉพาะบัญชีสินทรัพย์ หนี้สิน และทุน เพื่อยืนยันว่ายอดคงเหลือพร้อมเริ่มต้นรอบบัญชีถัดไปอย่างถูกต้อง


ส่วนประกอบและวิธีทำงบทดลอง

งบทดลอง

ส่วนประกอบของงบทดลอง

งบทดลองประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก

ส่วนรายละเอียด
ส่วนหัวชื่อกิจการ, ชื่อรายงาน (งบทดลอง), วันที่จัดทำ
รายละเอียดเลขที่บัญชี, ชื่อบัญชี, ยอดเดบิต, ยอดเครดิต, ยอดรวม

บัญชีจะเรียงตามหมวด 5 หมวดหลัก ได้แก่ สินทรัพย์ หนี้สิน ทุน รายได้ และค่าใช้จ่าย

ขั้นตอนการทำงบทดลอง

  1. ตรวจสอบยอดคงเหลือของแต่ละบัญชีในบัญชีแยกประเภท (General Ledger)
  2. กำหนดช่วงเวลาข้อมูล เช่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน
  3. รวบรวมยอดคงเหลือทุกบัญชี เรียงตามหมวด 1-5
  4. ระบุยอดแต่ละบัญชีลงฝั่งเดบิตหรือเครดิตให้ถูกต้อง โดยสินทรัพย์และค่าใช้จ่ายอยู่ฝั่งเดบิต ส่วนหนี้สิน ทุน และรายได้อยู่ฝั่งเครดิต
  5. รวมยอดทั้งสองฝั่ง ตรวจสอบว่าเท่ากัน

ตัวอย่างงบทดลองร้านค้า SME

สมมุติว่า บริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ขายเสื้อผ้าออนไลน์ จัดทำงบทดลองหลังปรับปรุง ณ วันที่ 30 มิถุนายน

ชื่อบัญชีเดบิต (บาท)เครดิต (บาท)
เงินสด150,000
ลูกหนี้การค้า80,000
สินค้าคงเหลือ200,000
อุปกรณ์สำนักงาน50,000
เจ้าหนี้การค้า120,000
เงินกู้ยืม100,000
ทุนจดทะเบียน200,000
รายได้จากการขาย350,000
ต้นทุนขาย180,000
ค่าเช่า30,000
เงินเดือนพนักงาน40,000
ค่าสาธารณูปโภค15,000
ค่าโฆษณาออนไลน์25,000
รวม770,000770,000

ยอดรวมเดบิตและเครดิตเท่ากันที่ 770,000 บาท แสดงว่าการบันทึกบัญชีถูกต้องตามหลักบัญชีคู่

จากตัวอย่างนี้ เจ้าของธุรกิจสามารถเห็นได้ทันทีว่า ต้นทุนขายอยู่ที่ 180,000 บาท คิดเป็นราว 51% ของรายได้ขาย และมีลูกหนี้ค้างชำระอยู่ 80,000 บาทที่ต้องติดตาม

ข้อควรระวัง เมื่อทำงบทดลอง

ถ้ายอดเดบิตและเครดิตไม่เท่ากัน ให้ตรวจสอบสาเหตุเหล่านี้

สาเหตุวิธีแก้ไข
กรอกตัวเลขผิด เช่น 15,000 เป็น 51,000ตรวจทานยอดกับเอกสารต้นฉบับ
บันทึกสลับฝั่งเดบิตกับเครดิตเช็คหมวดบัญชีว่าควรอยู่ฝั่งไหน
บันทึกรายการตกหล่นหรือซ้ำเทียบจำนวนรายการกับเอกสาร
เลือกชื่อบัญชีไม่ตรงกับรายการจริงทบทวนผังบัญชีที่ตั้งค่าไว้

เมื่อพบข้อผิดพลาด ให้แก้ไขรายการในบัญชีแยกประเภทก่อน แล้วจึงทำงบทดลองใหม่จนกว่ายอดจะตรงกัน


งบทดลองต้องทำตอนไหน

แนะนำให้ทำทุกเดือนหลังปิดรอบบัญชี เพราะช่วยตรวจสอบยอดบัญชีได้ต่อเนื่อง ถ้ามีข้อผิดพลาดจะพบและแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องรอมาตรวจย้อนหลังทีเดียวตอนสิ้นปี โดยเฉพาะกับสำหรับธุรกิจที่มีรายการบัญชีจำนวนมาก การทำงบทดลองเป็นประจำยังช่วยให้การปิดงบสิ้นปีเร็วขึ้น เพราะข้อมูลถูกตรวจสอบมาเป็นรายเดือนแล้ว

ทำงบทดลองด้วย Excel หรือโปรแกรมบัญชี

ธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายการไม่มาก สามารถทำงบทดลองด้วย Excel ได้ โดยสร้างตารางแยกคอลัมน์เดบิตและเครดิต แล้วใช้สูตร SUM ตรวจสอบยอดรวม

แต่ถ้าธุรกิจมีรายการจำนวนมาก การใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยลดข้อผิดพลาดได้มาก เพราะระบบสรุปงบทดลองให้อัตโนมัติจากเอกสารที่บันทึกไว้ ไม่ต้องคีย์ตัวเลขเองหรือรวมยอดใหม่

3 จุดเช็กรายจ่ายแฝงในงบทดลอง ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

นอกจากเช็กว่ายอดเดบิตและเครดิตเท่ากันหรือไม่ เจ้าของธุรกิจควรดูจุดเหล่านี้เพิ่ม เพราะอาจมีรายจ่ายแฝงซ่อนอยู่

  1. บัญชีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ สูงผิดปกติ

จุดสังเกต: หากยอดรวมในบัญชี “ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ” มียอดสูงอย่างผิดปกติ

ผลกระทบ: มักเป็นจุดที่ซ่อนรายจ่ายที่ไม่สามารถระบุประเภทได้ชัดเจน หรือรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นต่อธุรกิจ

วิธีแก้ไข: เจ้าของธุรกิจควรเรียกดูรายละเอียดเชิงลึกในบัญชีนี้ทันที เพื่อคัดกรองและตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สร้างมูลค่าออก

  1. ต้นทุนแฝงที่ถูกบันทึกผิดหมวดเป็น “ค่าใช้จ่ายทั่วไป”

จุดสังเกต: รายการที่ควรเป็นต้นทุนขาย (COGS) เช่น ค่าวัตถุดิบ หรือค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร ถูกนำไปบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป

ผลกระทบ: ทำให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดว่า “ต้นทุนต่ำ” จึงวางแผนกลยุทธ์หรือตั้งราคาสินค้าผิดพลาด ซึ่งความจริงแล้วต้นทุนเหล่านั้นไปแฝงอยู่ในค่าใช้จ่ายส่วนอื่น

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบความถูกต้องของการแยกประเภทบัญชีเพื่อให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงก่อนวางแผนกำไร

  1. การบันทึกค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนในหลายบัญชี

จุดสังเกต: มีการบันทึกรายการที่มีลักษณะเดียวกันซ้ำซ้อนกันในหลายประเภทบัญชี

ผลกระทบ: ทำให้ตัวเลขค่าใช้จ่ายรวมสูงเกินความเป็นจริง ส่งผลให้การวิเคราะห์ผลประกอบการคลาดเคลื่อนและเสียโอกาสในการบริหารกระแสเงินสด

วิธีแก้ไข: ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของรายการบัญชีเพื่อปรับปรุงตัวเลขให้สะท้อนความเป็นจริงของธุรกิจ


วิธีเช็กยอดลูกหนี้และเจ้าหนี้จากงบทดลอง

งบทดลองยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจดูสภาพคล่องเบื้องต้นได้ โดยเช็กจาก 2 บัญชีหลัก

วิธีเช็ก ลูกหนี้ จากงบทดลอง

  1. ดูบัญชีลูกหนี้การค้าในงบทดลอง เพื่อรู้ว่ายังมีเงินที่ลูกค้ายังค้างจ่ายอยู่รวมเท่าไร
  2. ดูยอดคงเหลือฝั่งเดบิตของลูกหนี้ เพื่อยืนยันว่าการบันทึกถูกทิศทาง และลูกหนี้ยังไม่ถูกชำระ
  3. เปรียบเทียบยอดลูกหนี้กับยอดขาย เพื่อดูว่ายอดค้างรับสูงผิดปกติหรือเริ่มเก็บเงินช้าลง
  4. หากยอดสูง ให้ไปดูรายละเอียดย่อยลูกหนี้ (AR Aging / ใบแจ้งหนี้) เพื่อรู้ว่าใครค้างนาน เสี่ยงเป็นหนี้เสีย หรือควรเร่งติดตาม

วิธีเช็ก เจ้าหนี้ จากงบทดลอง

  1. ดูบัญชีเจ้าหนี้การค้าในงบทดลอง เพื่อรู้ว่าธุรกิจยังมีภาระต้องจ่ายให้คู่ค้ารวมเท่าไร
  2. ดูยอดคงเหลือฝั่งเครดิตของเจ้าหนี้ เพื่อยืนยันว่าบันทึกถูกต้อง และเป็นยอดที่ยังไม่ได้จ่ายจริง
  3. เปรียบเทียบยอดเจ้าหนี้กับการซื้อหรือค่าใช้จ่าย เพื่อดูว่าภาระหนี้เพิ่มเร็วเกินไปหรือไม่
  4. หากยอดสูง ให้ไปดูรายละเอียดย่อยเจ้าหนี้ (กำหนดชำระ / ใบแจ้งหนี้) เพื่อวางแผนจ่ายเงิน ไม่ให้ขาดสภาพคล่องหรือเสียเครดิต

ขั้นตอนการเรียกดูงบทดลองใน PEAK Account

ในโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK คุณสามารถเรียกดูงบทดลองได้ ทั้งก่อนและหลังปิดรายได้ค่าใช้จ่าย รวมถึงรายงานเคลื่อนไหวรายเดือน

  1. กด “พิมพ์รายงาน” เพื่อ Export ออกมาเป็นไฟล์ Excel ได้ 
  2. เข้าเมนู บัญชี > เลือก งบทดลอง

จากตัวอย่างงบทดลองของบริษัท ก จำกัด (ชื่อสมมุติ) ลูกหนี้ 80,000 บาท คิดเป็นราว 23% ของยอดขาย 350,000 บาท ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม ส่วนเจ้าหนี้ 120,000 บาท เทียบกับต้นทุนขาย 180,000 บาท คิดเป็น 67% ซึ่งต้องวางแผนกระแสเงินสดให้ดี


สรุป: งบทดลองช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้เร็วขึ้น

งบทดลองไม่ใช่แค่เอกสารบัญชีที่ดูว่าเดบิตเท่ากับเครดิตหรือเปล่า แต่เป็นเครื่องมือบริหารที่ช่วยให้เห็นภาพรวมการเงินได้ทุกเดือน ไม่ต้องรอสิ้นปี

ถ้าทำเป็นประจำ จะช่วยจับปัญหาค่าใช้จ่ายแฝง ลูกหนี้ค้างนาน หรือเจ้าหนี้ที่ต้องรีบจ่าย ได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม

ดูงบทดลองได้ทุกเมื่อ ด้วย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์

PEAK Account ช่วยให้เจ้าของธุรกิจและนักบัญชีเรียกดูงบทดลองได้ทันที ทั้งก่อนและหลังปิดรายได้ค่าใช้จ่าย รวมถึงรายงานเคลื่อนไหวรายเดือน เข้าเมนู บัญชี แล้วเลือก งบทดลอง กดพิมพ์รายงานเพื่อ Export เป็นไฟล์ Excel ได้เลย

ทดลองใช้งาน PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ฟรี 30 วัน ที่ peakaccount.com


คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับงบทดลอง

งบทดลองต่างจากงบการเงินอย่างไร

งบทดลองเป็นรายงานภายในที่ใช้ตรวจสอบว่ายอดเดบิตและเครดิตเท่ากันหรือไม่ เปรียบเหมือนการเช็กร่างกายก่อนตรวจสุขภาพจริง ส่วนงบการเงิน เช่น งบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงิน เป็นรายงานที่ต้องยื่นต่อหน่วยงานรัฐ ใช้ประเมินผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของธุรกิจ

งบทดลองต้องยื่นสรรพากรไหม

ไม่ต้องยื่น งบทดลองเป็นรายงานภายในที่ทำเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี ไม่ใช่เอกสารที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นกรมสรรพากร

ทำงบทดลองด้วย Excel ได้ไหม

ทำได้ แต่ต้องอาศัยความละเอียดในการคีย์ข้อมูลและรวมยอด เพราะมีโอกาสพิมพ์ตัวเลขผิด สลับฝั่งเดบิตกับเครดิต หรือบันทึกซ้ำโดยไม่รู้ตัว ถ้าธุรกิจมีรายการบัญชีจำนวนมาก การใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์จะช่วยลดข้อผิดพลาดและประหยัดเวลาได้มาก เพราะระบบสรุปงบทดลองให้อัตโนมัติจากเอกสารที่บันทึกในระบบ

งบทดลองต้องทำทุกเดือนไหม

แนะนำให้ทำทุกเดือน เพราะช่วยตรวจสอบยอดบัญชีได้ต่อเนื่อง ถ้ามีความผิดพลาดจะพบและแก้ไขได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาตรวจย้อนหลังตอนปิดงบสิ้นปี

ใครควรดูงบทดลองบ้าง

ไม่ใช่แค่นักบัญชีเท่านั้น เจ้าของกิจการและผู้บริหารก็ควรดูงบทดลองเป็นประจำ เพื่อใช้ประเมินสถานะการเงินและวางแผนธุรกิจ ในช่วงปิดงบประจำปี ผู้สอบบัญชีก็ใช้งบทดลองเป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจสอบงบการเงินเช่นกัน


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

เริ่มต้นใช้งานโปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

งบทดลองต้องทำตอนไหน?


งบทดลองสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนปิดรอบบัญชีในแต่ละเดือนหรือปี หากทำเป็นประจำทุกเดือนก็จะช่วยให้สามารถดูสภาพการเงินของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

งบทดลองต้องยื่นสรรพากรไหม?


งบทดลองไม่ต้องยื่นสรรพากร เพราะ เป็นประเภทรายงานการเงินทำกันภายใน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการบันทึกบัญชี