Table of Contents

จดบริษัทแบบไหนดี รู้จักประเภทธุรกิจในไทย

การจดบริษัท ต้องมีการระบุประเภทธุรกิจให้ชัดเจน โดยแบ่งตาม 2 มุมมองหลัก มุมแรกพิจารณาจากกิจกรรมที่ดำเนินงาน เช่น การค้าขาย การผลิต หรือการให้บริการ ส่วนมุมที่สองพิจารณาจากรูปแบบการจัดตั้งตามกฎหมาย เช่น กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด

ประเภทตามกิจกรรมช่วยกำหนดลักษณะโครงสร้างต้นทุนและรูปแบบการบันทึกบัญชี ส่วนรูปแบบการจัดตั้งทางกฎหมายจะเป็นตัวกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบต่อหนี้สิน โครงสร้างการเสียภาษี และภาระหน้าที่ในการจัดทำบัญชี การเลือกประเภทธุรกิจจึงมีความสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ

  • ภาระภาษีที่ต้องชำระแตกต่างกัน: บุคคลธรรมดาเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าขั้นบันได ส่วนนิติบุคคลเสียภาษีจากกำไรสุทธิทางภาษี และมีหลักเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน
  • ความรับผิดชอบต่อหนี้สินไม่เท่ากัน: บางรูปแบบเจ้าของต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินด้วยทรัพย์สินส่วนตัวอย่างไม่จำกัดจำนวน ในขณะที่บางรูปแบบจำกัดความรับผิดชอบไว้เพียงมูลค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ
  • ความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าองค์กร: ลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทขนาดใหญ่ และหน่วยงานภาครัฐมักมีระเบียบจัดซื้อที่กำหนดให้คู่ค้าต้องเป็นนิติบุคคลและสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณเอก (ชื่อสมมุติ) ช่างไฟฟ้าผู้รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้าให้แก่โรงงานในนามบุคคลธรรมดา มีรายได้ปีละประมาณ 4 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายจริงประมาณ 3 ล้านบาท และกำลังวางแผนชักชวนหุ้นส่วนมาร่วมลงทุนขยายกิจการ

ประเภทของธุรกิจตามลักษณะกิจกรรมมีอะไรบ้าง

ประเภทของธุรกิจตามลักษณะกิจกรรมแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตามประมวลรัษฎากร ได้แก่ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การบริการ และการเกษตรกรรม

ประเภทกิจกรรมลักษณะการดำเนินงานตัวอย่างกิจการ B2B
พาณิชยกรรม (Commercial)ซื้อสินค้าสำเร็จรูปมาขายต่อโดยไม่มีการแปรรูปค้าส่งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้แก่ผู้รับเหมา ค้าส่งเครื่องเขียนสำนักงาน
อุตสาหกรรม (Industrial)นำวัตถุดิบมาผ่านกระบวนการผลิตหรือแปรรูปเป็นสินค้าสำเร็จรูปโรงงานผลิตกล่องกระดาษบรรจุภัณฑ์ โรงงานแปรรูปอาหาร
บริการ (Service)จำหน่ายแรงงาน ความเชี่ยวชาญ ทักษะ หรือเวลาทำงานรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า บริการขนส่งสินค้า สำนักงานบัญชี
เกษตรกรรม (Agricultural)การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และการประมงฟาร์มปลูกผักส่งโรงงานแปรรูป ฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ

ทำไมบางแหล่งแบ่งธุรกิจเป็น 3 ประเภท

การจัดกลุ่มธุรกิจเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจผลิต ธุรกิจซื้อมาขายไป และธุรกิจบริการ มักใช้ในมิติของการบริหารจัดการต้นทุน โดยจัดรวมธุรกิจเกษตรกรรมเข้าไว้ในกลุ่มธุรกิจผลิต เนื่องจากมีโครงสร้างต้นทุนที่ประกอบด้วยวัตถุดิบ ค่าแรงงาน และค่าใช้จ่ายการผลิตเช่นเดียวกัน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ วิธีคำนวณต้นทุน

กิจการที่ทำหลายอย่างนับเป็นประเภทไหน

ในทางปฏิบัติให้พิจารณาจากกิจกรรมหลักที่สร้างรายได้เป็นสัดส่วนมากที่สุด แต่ฝ่ายบัญชีควรแยกบันทึกรายได้และต้นทุนของแต่ละกิจกรรมออกจากกันอย่างชัดเจน เช่น กรณีของคุณเอกที่มีทั้งรายได้จากค่าแรงติดตั้ง (บริการ) และรายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า (ซื้อมาขายไป) หากรวมยอดเป็นก้อนเดียวจะไม่สามารถทราบอัตรากำไรขั้นต้นที่แท้จริงได้ ทั้งนี้ ในทางภาษี งานรับเหมาติดตั้งที่ผู้รับเหมาเป็นผู้จัดหาวัสดุอุปกรณ์สำคัญเองจะจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7


รหัสประเภทธุรกิจ (TSIC) คืออะไร ใช้ตอนไหน

รหัสประเภทธุรกิจ (Thailand Standard Industrial Classification หรือ TSIC) คือรหัสมาตรฐานสากลที่ใช้จัดหมวดหมู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างละเอียด โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดทำ ระบบค้นหาและแนะนำรหัสประเภทธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการค้นหารหัสที่ตรงกับวัตถุประสงค์กิจการจริง สำหรับนำไปใช้ระบุในเอกสารจัดตั้งนิติบุคคลและการนำส่งงบการเงิน


รูปแบบธุรกิจในไทย มีกี่ประเภท

รูปแบบการจัดตั้งธุรกิจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทย แบ่งออกเป็น 6 รูปแบบหลัก

กิจการเจ้าของคนเดียว (Sole Proprietorship)

ดำเนินการโดยบุคคลคนเดียว ไม่ถือเป็นนิติบุคคล เจ้าของเป็นผู้รับผลกำไรทั้งหมดและต้องรับผิดชอบต่อภาระหนี้สินของกิจการด้วยทรัพย์สินส่วนตัวอย่างไม่จำกัดจำนวน เหมาะสำหรับการเริ่มต้นทดลองตลาด ศึกษาข้อดีและข้อจำกัดได้ที่บทความ กิจการเจ้าของคนเดียว

ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership)

เกิดจากบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปตกลงร่วมกันทำกิจการเพื่อแสวงหาผลกำไร หุ้นส่วนทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อหนี้สินทั้งหมดโดยไม่จำกัดจำนวน กฎหมายเปิดให้เลือกได้ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ หากจดทะเบียนจะมีสถานะเป็น “ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล”

ห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership)

เป็นนิติบุคคลที่ต้องจดทะเบียน โดยมีหุ้นส่วน 2 จำพวก ได้แก่ หุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด (รับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ลงหุ้น) และหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดอย่างน้อย 1 คน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นผู้มีอำนาจจัดการห้าง ศึกษารายละเอียดได้ที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด คืออะไร

บริษัทจำกัด (Company Limited)

จัดตั้งขึ้นโดยมีผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ทุนจดทะเบียนแบ่งเป็นหุ้นมูลค่าเท่ากันไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท โดยผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดชอบต่อหนี้สินจำกัดไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ ศึกษาการเปรียบเทียบเชิงลึกได้ที่ เลือกจดบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

บริษัทมหาชนจำกัด (Public Company Limited)

จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป ต้องมีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 15 คนขึ้นไป คณะกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน และหุ้นทุกหุ้นต้องชำระเต็มมูลค่าในคราวเดียว

กิจการร่วมค้าและสาขาบริษัทต่างประเทศ

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) คือการรวมตัวกันระหว่างนิติบุคคลเพื่อดำเนินงานโครงการเฉพาะกิจ โดยมีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ส่วนการจัดตั้งสาขาของนิติบุคคลต่างประเทศจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542


รูปแบบธุรกิจแต่ละแบบต่างกันอย่างไร

การเปรียบเทียบความแตกต่างของ 5 รูปแบบธุรกิจที่ผู้ประกอบการนิยมเลือกใช้

รูปแบบธุรกิจจำนวนผู้ร่วมก่อตั้งความรับผิดชอบต่อหนี้สินสถานะทางกฎหมายระบบภาษีเงินได้
เจ้าของคนเดียว1 คนไม่จำกัดจำนวน รับผิดชอบด้วยทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดไม่เป็นนิติบุคคลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ห้างหุ้นส่วนสามัญตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปไม่จำกัดจำนวน หุ้นส่วนทุกคนร่วมรับผิดชอบเลือกจดเป็นนิติบุคคลได้ไม่จด: บุคคลธรรมดา / จด: นิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนจำกัดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจำกัดหรือไม่จำกัดตามประเภทของหุ้นส่วนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคล
บริษัทจำกัดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปจำกัดไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ค้างชำระเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคล
บริษัทมหาชนจำกัดตั้งแต่ 15 คนขึ้นไปจำกัดไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ค้างชำระเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคล

แต่ละรูปแบบธุรกิจเสียภาษีอย่างไร

ระบบภาษีเงินได้แบ่งออกเป็น 2 ระบบหลักตามสถานะนิติบุคคล ได้แก่ ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และระบบภาษีเงินได้นิติบุคคล

บุคคลธรรมดาเสียภาษีอย่างไร

คำนวณจากเงินได้สุทธิ (รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน) แล้วนำไปคูณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้าขั้นบันได ตั้งแต่อัตรา 5% ถึง 35% โดยเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับการยกเว้นภาษี

การหักค่าใช้จ่ายของบุคคลธรรมดาสามารถเลือกหักตามจริงที่มีหลักฐาน หรือหักเป็นการเหมาตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502

ประเภทเงินได้พึงประเมินตัวอย่างวิชาชีพหรือกิจกรรมอัตราการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา
มาตรา 40(6) วิชาชีพอิสระการประกอบโรคศิลปะ (แพทย์)หักเหมาได้ 60%
มาตรา 40(6) วิชาชีพอิสระกฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม บัญชี ประณีตศิลปกรรมหักเหมาได้ 30%
มาตรา 40(7) สัญญาจ้างทำของรับเหมาก่อสร้างและติดตั้งที่ผู้รับเหมาจัดหาสัมภาระสำคัญหักเหมาได้ 60%
มาตรา 40(8) ธุรกิจพาณิชย์การค้าขาย การผลิต การขนส่ง ตามที่ระบุในกฤษฎีกาหักเหมาได้ 60%

ทั้งนี้ ผู้มีเงินได้ประเภทที่ 2 ถึง 8 ที่มีรายได้รวมตั้งแต่ 120,000 บาทต่อปี ต้องคำนวณเปรียบเทียบกับวิธีคำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินขั้นต่ำในอัตรา 0.5% ของยอดรายรับรวมก่อนหักค่าใช้จ่าย โดยต้องชำระตามยอดคำนวณที่ได้จำนวนสูงกว่า

ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่จดทะเบียนเสียภาษีอย่างไร

คำนวณและยื่นภาษีในนามห้างหุ้นส่วนสามัญตามเกณฑ์บุคคลธรรมดา โดยส่วนแบ่งกำไรที่จัดสรรให้แก่ผู้เป็นหุ้นส่วนแต่ละคนจะต้องนำไปรวมคำนวณเป็นเงินได้พึงประเมินส่วนบุคคลของผู้เป็นหุ้นส่วนด้วยตามกฎหมาย

นิติบุคคลเสียภาษีอย่างไร

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลและบริษัทจำกัดคำนวณภาษีจากกำไรสุทธิทางภาษี (รายได้ตามจริง หัก ค่าใช้จ่ายตามจริงที่มีหลักฐาน) โดยอัตราภาษีทั่วไปอยู่ที่ 20% แต่หากเข้าเกณฑ์สิทธิประโยชน์สำหรับ SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี) จะได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันได

กำไรสุทธิทางภาษีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME
ไม่เกิน 300,000 บาทได้รับการยกเว้นภาษี
300,001 ถึง 3,000,000 บาท15%
ส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทขึ้นไป20%

เมื่อนิติบุคคลจัดสรรเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

ภาษีมูลค่าเพิ่มใช้กับรูปแบบไหน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) บังคับใช้กับผู้ประกอบการทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด หากมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสียภาษีเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยมีหน้าที่ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและนำส่งแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

ตัวอย่างเทียบภาษีของคุณเอก

เปรียบเทียบภาระภาษีของคุณเอก เมื่อมีรายได้ 4,000,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายจริง 3,000,000 บาท

กรณีที่ 1: ดำเนินงานในนามบุคคลธรรมดา (หักค่าใช้จ่ายตามจริง)

รายการคำนวณจำนวนเงิน
รายได้จากการรับเหมา4,000,000 บาท
หัก: ค่าใช้จ่ายตามจริงที่มีเอกสาร(3,000,000) บาท
หัก: ค่าลดหย่อนส่วนตัว(60,000) บาท
เงินได้สุทธิ940,000 บาท
ภาษีวิธีขั้นบันได (0–20%)103,000 บาท
ภาษีวิธีคำนวณร้อยละ 0.5 (4,000,000 × 0.5%)20,000 บาท

ภาษีวิธีขั้นบันไดมียอดสูงกว่า จึงต้องชำระภาษีบุคคลธรรมดา 103,000 บาท

กรณีที่ 2: ดำเนินงานในนามบริษัทจำกัด (จัดสรรเงินเดือนกรรมการ)

บริษัทตั้งทุน 1 ล้านบาท จ่ายเงินเดือนให้คุณเอกในฐานะกรรมการทำงานจริงเดือนละ 30,000 บาท (ปีละ 360,000 บาท)

รายการคำนวณภาษีสองชั้นจำนวนเงิน
กำไรสุทธิของบริษัทก่อนเงินเดือนกรรมการ1,000,000 บาท
หัก: เงินเดือนกรรมการที่จ่ายจริง (360,000 บาท)(360,000) บาท
กำไรสุทธิทางภาษีคงเหลือของบริษัท640,000 บาท
ภาษีเงินได้นิติบุคคล SME: (640,000 − 300,000) × 15%51,000 บาท
เงินได้สุทธิส่วนบุคคลของคุณเอก (360,000 − 100,000 − 60,000)200,000 บาท
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินเดือน: (200,000 − 150,000) × 5%2,500 บาท
รวมภาระภาษีทั้งระบบ53,500 บาท

การบริหารจัดการในรูปแบบบริษัทจำกัดช่วยลดภาระภาษีลงได้เกือบกึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม กิจการต้องนำต้นทุนค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีประจำปีมาร่วมพิจารณาความคุ้มค่า


เลือกรูปแบบธุรกิจแบบไหนดี

ผู้ประกอบการสามารถใช้เกณฑ์ 5 คำถามหลักในการคัดเลือกรูปแบบองค์กรที่เหมาะสม

  1. มีผู้ร่วมลงทุนกี่คน: หากทำธุรกิจคนเดียวสามารถเริ่มต้นจากเจ้าของคนเดียวได้ แต่หากมีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ต้องพิจารณาห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด
  2. ระดับความเสี่ยงของหนี้สิน: งานที่มีมูลค่าสูงหรือมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของลูกค้า ควรเลือกรูปแบบบริษัทจำกัดเพื่อจำกัดความรับผิดชอบไว้เฉพาะมูลค่าหุ้น
  3. ข้อกำหนดของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่มักกำหนดให้คู่ค้าต้องเป็นนิติบุคคลเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบบัญชี
  4. การเปรียบเทียบภาระภาษี: คำนวณรายได้และค่าใช้จ่ายจริงเพื่อเปรียบเทียบระหว่างภาษีบุคคลธรรมดากับภาษีนิติบุคคล SME
  5. ความพร้อมในการรับภาระงานบัญชี: นิติบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องจัดทำบัญชีรายเดือน ปิดงบการเงิน และว่าจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

แต่ละรูปแบบต้องทำบัญชีอะไรบ้าง

ภาระหน้าที่ทางบัญชีจำแนกตามสถานะทางกฎหมายของกิจการ

รูปแบบกิจการหน้าที่การจัดทำเอกสารและบัญชีผู้มีอำนาจตรวจสอบและลงนามรับรองงบ
บุคคลธรรมดา / ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนจัดทำรายงานเงินสดรับ-จ่ายประจำวัน (กรณีไม่ได้จด VAT)ไม่ต้องมีผู้สอบบัญชีรับรอง
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ทุน ≤ 5 ล้าน, สินทรัพย์และรายได้ ≤ 30 ล้าน)จัดทำสมุดบัญชี งบทดลอง และงบการเงินตามมาตรฐานผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดใหญ่ / บริษัทจำกัดจัดทำบัญชีครบวงจรและนำส่งงบการเงินประจำปีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เท่านั้น

ศึกษาวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเพิ่มเติมได้ที่ งบการเงิน คืออะไร และทำความเข้าใจมาตรฐานวิชาชีพได้ที่ ผู้สอบบัญชี คือใคร


เปิดบริษัทจำกัดมีขั้นตอนอย่างไร

กระบวนการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดผ่านระบบ DBD Biz Regist มี 5 ขั้นตอนหลัก

  1. จองชื่อนิติบุคคล: ยื่นจองชื่อผ่านระบบออนไลน์เพื่อตรวจสอบความซ้ำซ้อนของชื่อบริษัท
  2. จัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ: บันทึกรายละเอียดผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป วัตถุประสงค์ และทุนจดทะเบียน
  3. จัดประชุมจัดตั้งบริษัท: รับรองข้อบังคับ เลือกตั้งคณะกรรมการ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
  4. เรียกชำระค่าหุ้น: ผู้ถือหุ้นต้องชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นที่จอง
  5. ยื่นจดทะเบียนจัดตั้งต่อนายทะเบียน: ชำระค่าธรรมเนียมและลงลายมือชื่อดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน ThaID

ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเช็กลิสต์เอกสารอย่างละเอียดได้ที่บทความ จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับประเภทธุรกิจ

  • ไม่มีจุดคุ้มทุนตัวเลขกำไรตายตัว: การตัดสินใจจดจัดตั้งบริษัทต้องคำนวณจากยอดรายได้ ค่าใช้จ่ายจริง ค่าตอบแทนกรรมการ และต้นทุนค่าทำบัญชีประกอบกัน
  • การหักค่าใช้จ่ายเหมามีข้อจำกัด: กิจการบางประเภทกฎหมายไม่อนุญาตให้หักเหมา และต้องใช้การหักค่าใช้จ่ายตามจริงพร้อมเอกสารหลักฐานเท่านั้น
  • เงินเดือนกรรมการต้องจ่ายจริง: ต้องมีการโอนเงินจริง มีสลิปหลักฐาน และนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) จึงจะถือเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทได้
  • การเปลี่ยนรูปแบบกลางปีภาษี: รายรับก่อนวันจดทะเบียนยังคงเป็นเงินได้ของบุคคลธรรมดา ส่วนรายรับหลังวันจดทะเบียนจะเป็นของนิติบุคคล

สรุป – ประเภทธุรกิจ วางแผนรูปแบบและภาษีให้เหมาะกับการเติบโต

ประเภทธุรกิจสามารถจำแนกได้ 2 มิติ คือ แบ่งตามลักษณะกิจกรรม 4 ประเภท เพื่อบริหารจัดการต้นทุน และแบ่งตามรูปแบบการจัดตั้งทางกฎหมาย 6 รูปแบบ เพื่อกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบและภาระภาษี การเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจที่เหมาะสมจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่คู่ค้า จำกัดความรับผิดชอบส่วนบุคคล และช่วยประหยัดต้นทุนทางภาษีได้อย่างยั่งยืน

เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ด้วยการรวบรวมตัวเลขรายรับ ต้นทุนจริง และประเมินความพร้อมของระบบเอกสาร เพื่อเลือกเส้นทางการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

เริ่มทำบัญชีให้พร้อมทุกรูปแบบธุรกิจด้วย PEAK

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากกิจการบุคคลธรรมดาหรือจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ช่วยให้ธุรกิจออก ใบเสนอราคา, ใบแจ้งหนี้ และ ใบกำกับภาษี ได้อย่างถูกต้อง พร้อมเรียกดู รายงานบัญชีและงบการเงิน ได้ทุกเดือน – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อวางรากฐานตัวเลขทางการเงินของธุรกิจคุณตั้งแต่วันนี้

ศึกษาความรู้การเริ่มต้นธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ SME คือ, กิจการเจ้าของคนเดียว, จดทะเบียนบริษัท และคลังบทความหมวด ธุรกิจ ของ PEAK

แหล่งอ้างอิงข้อมูล


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประเภทธุรกิจ

ประเภทธุรกิจภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร

ประเภทของธุรกิจในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Business Type ส่วนรูปแบบการจัดตั้งทางกฎหมายจะเรียกตามประเภทนิติบุคคล เช่น Sole Proprietorship (กิจการเจ้าของคนเดียว), Limited Partnership (ห้างหุ้นส่วนจำกัด) และ Company Limited (บริษัทจำกัด)

จดบริษัทจำกัดต้องมีทุนขั้นต่ำเท่าไร

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนเงินทุนขั้นต่ำ แต่กำหนดให้มูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท และต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน พร้อมทั้งเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของทุนจดทะเบียน

คนเดียวเปิดบริษัทจำกัดได้ไหม

ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ กฎหมายกำหนดให้การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน หากดำเนินธุรกิจคนเดียวสามารถเริ่มต้นจากกิจการเจ้าของคนเดียว หรือมองหาผู้ร่วมก่อตั้งมาร่วมถือหุ้น

ห้างหุ้นส่วนสามัญต้องจดทะเบียนไหม

กฎหมายไม่บังคับ ห้างหุ้นส่วนสามัญสามารถเลือกได้ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ หากจดทะเบียนจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล หากไม่จดทะเบียนจะเสียภาษีในรูปแบบบุคคลธรรมดา แต่ผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนยังคงต้องร่วมรับผิดชอบต่อหนี้สินอย่างไม่จำกัดจำนวนทั้งสองกรณี

ห้างหุ้นส่วนจำกัดกับบริษัทจำกัดต่างกันตรงไหนมากที่สุด

จุดต่างสำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบต่อหนี้สิน ห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องมีหุ้นส่วนผู้จัดการอย่างน้อย 1 คนที่รับผิดชอบหนี้สินอย่างไม่จำกัดจำนวน ส่วนบริษัทจำกัดผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดชอบจำกัดไม่เกินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ นอกจากนี้ บริษัทจำกัดต้องว่าจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เสมอ

เปลี่ยนจากเจ้าของคนเดียวเป็นบริษัทจำกัดได้ไหม

สามารถทำได้ โดยยื่นจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดใหม่ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แล้วดำเนินการโอนย้ายทรัพย์สิน สัญญา และธุรกรรมทางการค้าเข้าสู่นิติบุคคล โดยรอบปีภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะต้องยื่นภาษีทั้งในนามบุคคลธรรมดาและนามบริษัทตามช่วงเวลาที่เกิดขึ้นจริง

ขายของออนไลน์ต้องจดบริษัทไหม

กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องจดทะเบียนบริษัท สามารถขายของออนไลน์ในนามบุคคลธรรมดาได้ แต่หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และหากมีกำไรสุทธิสูงขึ้น การจดทะเบียนบริษัทจำกัดจะช่วยประหยัดภาษีและสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า


ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาท
คลิก https://www.peakaccount.com (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
PEAK Call Center : 1485
LINE : @peakaccount
สอบถามเพิ่มเติม คลิก https://m.me/peakengine

PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปลี่ยนงานบัญชีให้เป็นเรื่องง่าย