จดทะเบียนบริษัท

ทั้งหมด

บัญชี

ภาษี

ธุรกิจ

การใช้งานโปรแกรม

ข่าวสาร

19 ต.ค. 2026

PEAK Account

31 min

จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย ครบจบ

จดทะเบียนบริษัท คืออะไร และสำคัญอย่างไร จดทะเบียนบริษัท (Company Registration) คือการจัดตั้งบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หลังจดเสร็จ บริษัทจะมีเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ทำสัญญา เปิดบัญชีธนาคาร และเสียภาษีในนามบริษัทแยกจากผู้ถือหุ้น การจดทะเบียนบริษัทมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณภูมิและคุณแพร (ชื่อสมมุติ) ที่รับจ้างขนส่งสินค้าให้โรงงานในนามบุคคลธรรมดามา 3 ปี และกำลังจะเปิด บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพในทางปฏิบัติจริง บริษัทจำกัดต่างจากห้างหุ้นส่วนและทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ประเด็นเปรียบเทียบ ทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา) ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สถานะทางกฎหมาย ไม่ใช่นิติบุคคล นิติบุคคล นิติบุคคล จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 1 คน 2 คน 2 คน ความรับผิดชอบในหนี้สิน ไม่จำกัดจำนวน หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด จำกัดไม่เกินค่าหุ้นที่ค้างชำระ อัตราภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา 0–35% นิติบุคคล สูงสุด 20% นิติบุคคล สูงสุด 20% ข้อกำหนดผู้สอบบัญชี ไม่ต้องมี CPA หรือ TA ตามเกณฑ์ขนาดทุน ต้องตรวจสอบโดย CPA ทุกปี ผู้ประกอบการสามารถศึกษาการเปรียบเทียบเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่บทความ บจก. หรือ หจก. เลือกแบบไหนดี ควรจดทะเบียนบริษัทเมื่อไหร่ แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่บังคับให้ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่มีสัญญาณบ่งชี้สำคัญที่แสดงว่าธุรกิจถึงเวลาเปลี่ยนผ่านจากบุคคลธรรมดาสู่นิติบุคคล สัญญาณบ่งชี้ทางธุรกิจ เหตุผลสนับสนุน กำไรสุทธิเกินประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มสูงกว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ลูกค้าองค์กรกำหนดให้เป็นนิติบุคคล จำเป็นต้องมีหนังสือรับรองบริษัทเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ขายและเข้าประมูลงาน มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถจัดสรรสัดส่วนความเป็นเจ้าของและผลตอบแทนผ่านจำนวนหุ้นได้อย่างโปร่งใส ความเสี่ยงและความรับผิดทางธุรกิจสูงขึ้น สัญญาจ้างมูลค่าสูงหรือการบริหารยานพาหนะหลายคันสร้างความเสี่ยงต่อทรัพย์สินส่วนตัว ต้องการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจของธนาคาร สถาบันการเงินพิจารณาวงเงินสินเชื่อจากงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี ความพร้อมในการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ บริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีและปิดงบการเงินส่งหน่วยงานรัฐทุกปี ตัวอย่างเทียบภาษีก่อนและหลังจดบริษัท สมมติปี 2568 คุณภูมิมีกำไรจากงานขนส่ง 1.5 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายตามจริงแล้ว) การเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างบุคคลธรรมดากับบริษัทจำกัดที่เข้าเกณฑ์ SME จะเป็นดังนี้ รายการคำนวณภาษี บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด (SME) กำไรสุทธิทางภาษี 1,500,000 บาท 1,500,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ไม่มี เงินได้สุทธิ / ฐานภาษี 1,440,000 บาท 1,500,000 บาท วิธีการคำนวณ อัตราก้าวหน้าขั้นบันได 0–35% ยกเว้น 300,000 แรก ส่วนที่เหลือคิด 15% ยอดภาษีที่ต้องชำระ 225,000 บาท 180,000 บาท ในกรณีนี้ รูปแบบบริษัทเสียภาษีน้อยกว่า 45,000 บาท อย่างไรก็ตาม ต้องนำต้นทุนค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีรายปีมาหักลบเพื่อพิจารณาความคุ้มค่า ผู้ประกอบการสามารถดูรายละเอียดโครงสร้างภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ประเภทธุรกิจมีอะไรบ้าง เปิดบริษัทแล้วมีต้นทุนรายปีเพิ่มอะไรบ้าง การจัดตั้งบริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ต้องนำมาประเมินล่วงหน้า รายการต้นทุน ความถี่ คำอธิบายประกอบ ค่าบริการจัดทำบัญชี รายเดือน จ้างสำนักงานบัญชีภายนอกหรือมีฝ่ายบัญชีประจำบริษัท ค่าบริการตรวจสอบบัญชี รายปี กฎหมายกำหนดให้บริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบงบการเงินโดย CPA ค่าธรรมเนียมแก้ไขรายการทะเบียน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ การเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือการเพิ่มทุนจดทะเบียน เวลาในการบริหารจัดการ ต่อเนื่อง การจัดประชุมผู้ถือหุ้น การอนุมัติงบการเงิน และการลงนามในเอกสารธุรกรรม หากภาษีที่ประหยัดได้ต่อปีต่ำกว่าต้นทุนค่าบริการวิชาชีพเหล่านี้ และลูกค้าไม่ได้บังคับเรื่องนิติบุคคล การรอให้ธุรกิจมีกำไรสูงขึ้นอีกระดับก่อนจดทะเบียนจัดตั้งถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล จดทะเบียนบริษัทต้องมีกี่คน การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 (ปรับลดจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 3 คน) โดยผู้เริ่มก่อการแต่ละคนต้องเข้าชื่อจองหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น และลงนามร่วมกันในหนังสือบริคณห์สนธิ สำหรับกฎหมายบริษัทจำกัดคนเดียวยังคงอยู่ในกระบวนการร่างกฎหมาย จึงยังไม่สามารถจดทะเบียนคนเดียวได้ในปัจจุบัน เปิดบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง ก่อนเข้าสู่ระบบจดทะเบียนออนไลน์ ผู้ก่อตั้งต้องตกลงและจัดเตรียมข้อมูล 6 ส่วนให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันค่าธรรมเนียมในการแก้ไขข้อมูลในภายหลัง ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายการเอกสารอย่างละเอียดได้ที่บทความ เปิดบริษัท ต้องใช้อะไรบ้าง และศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายได้ที่ หนังสือบริคณห์สนธิ คืออะไร ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ทำอย่างไร กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดรับจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ DBD Biz Regist เป็นช่องทางหลัก โดยมีขั้นตอนดำเนินงาน 7 ขั้นตอน ขั้นตอน รายละเอียดการปฏิบัติงาน ข้อกำหนดสำคัญ 1. จองชื่อนิติบุคคล ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและยื่นจองชื่อผ่านระบบ ชื่อที่ได้รับอนุมัติมีอายุ 30 วัน ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในกำหนด 2. ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist และยืนยันตัวตนด้วย ThaID ผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคนต้องลงทะเบียน ThaID ล่วงหน้า 3. กรอกข้อมูลหนังสือบริคณห์สนธิ บันทึกข้อมูลชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ ระบบจะเชื่อมโยงตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร 4. จัดการประชุมจัดตั้งบริษัท อนุมัติข้อบังคับ เลือกตั้งกรรมการ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้เริ่มก่อการส่งมอบงานและกิจการทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการบริษัท 5. เรียกชำระเงินค่าหุ้น เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นครั้งแรกอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง 6. แนบเอกสารและลงนาม อัปโหลดเอกสารประกอบและลงลายมือชื่อดิจิทัลผ่าน ThaID ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต้องกดลงนามในระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ครบถ้วน 7. ชำระค่าธรรมเนียมและรับเอกสาร ชำระเงินค่าธรรมเนียมราชการผ่านช่องทาง e-Payment ระบบจะออกหนังสือรับรองและเอกสารสำคัญในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เขียนวัตถุประสงค์บริษัทอย่างไรไม่ต้องแก้ทีหลัง วัตถุประสงค์คือกรอบขอบเขตทางกฎหมายที่บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้ ระบบมีชุดวัตถุประสงค์สำเร็จรูปให้เลือกใช้ และเปิดให้เพิ่มข้อความเฉพาะของธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ เลือกชุดวัตถุประสงค์ด้านการขนส่งสินค้า พร้อมเพิ่มข้อกำหนดเรื่องการให้บริการเช่าคลังสินค้าและบริการให้เช่ายานพาหนะ เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในอีก 2–3 ปีข้างหน้า การระบุให้ครอบคลุมตั้งแต่แรกช่วยลดค่าธรรมเนียมในการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิในภายหลัง จดออนไลน์ช่องทางเดียวกระทบผู้ก่อตั้งอย่างไร ผู้ที่มีอำนาจลงนามทุกคนต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน ThaID บนสมาร์ตโฟนและผ่านการพิสูจน์ตัวตนแล้ว หากมีผู้ถือหุ้นอยู่ต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเดินทางมารวมตัวเพื่อลงนามในกระดาษเหมือนในอดีต แต่สามารถนัดหมายเวลาเพื่อเข้าไปกดยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อดิจิทัลในระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเอกสารแนบทุกฉบับต้องจัดเตรียมเป็นไฟล์สแกนที่คมชัด จองชื่อบริษัทอย่างไรให้ผ่านรอบแรก ชื่อที่ยื่นจองต้องไม่ซ้ำหรือมีเสียงเรียกขานคล้ายคลึงกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้แล้ว และต้องไม่มีคำต้องห้ามตามระเบียบของนายทะเบียน เช่น คำที่สื่อถึงหน่วยงานภาครัฐ พระนาม หรือคำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย โดยผู้ขอจัดตั้งควรเตรียมชื่อสำรองที่ต้องการไว้อย่างน้อย 2–3 ชื่อ ประชุมจัดตั้งและชำระค่าหุ้นทำในระบบได้พร้อมกัน ผู้เริ่มก่อการสามารถยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทพร้อมกันในวันเดียวได้ หากรวบรวมผู้ถือหุ้นครบถ้วน จัดการประชุมเรียบร้อย และมีการชำระค่าหุ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท แบ่งเป็น 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท มีการเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรก 25% คิดเป็นเงินทุนชำระแล้ว 500,000 บาท ข้อผิดพลาดที่ทำให้คำขอจดทะเบียนถูกตีกลับ จดทะเบียนบริษัทเองหรือจ้างผู้รับจดทะเบียนดี เกณฑ์การพิจารณา ยื่นจดทะเบียนด้วยตนเอง ว่าจ้างสำนักงานบัญชีหรือผู้รับจดทะเบียน ความซับซ้อนของโครงสร้าง เหมาะกับโครงสร้างเรียบง่าย ผู้ถือหุ้น 2–3 คน เหมาะกับโครงสร้างซับซ้อน มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ การร่างข้อบังคับและวัตถุประสงค์ ใช้ชุดข้อความมาตรฐานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สามารถร่างข้อบังคับและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเฉพาะตัวได้ เวลาในการตรวจสอบข้อมูล ผู้ประกอบการศึกษาขั้นตอนและตรวจข้อมูลด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญช่วยเตรียมเอกสารและตรวจทานความถูกต้อง ภาระค่าใช้จ่าย ชำระเฉพาะค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ของทางราชการ มีค่าบริการวิชาชีพเพิ่มเติมตามที่ตกลงกับผู้ให้บริการ ค่าจดทะเบียนบริษัท เปิดบริษัทใช้เงินเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมราชการในการจัดตั้งบริษัทจำกัดคำนวณตามขนาดทุนจดทะเบียน ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายการค่าธรรมเนียมทางราชการ อัตราการคำนวณ อัตราขั้นต่ำ อัตราสูงสุด จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) 50 บาท ต่อทุนทุก 100,000 บาท 500 บาท 25,000 บาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 500 บาท ต่อทุนทุก 100,000 บาท 5,000 บาท 250,000 บาท อากรแสตมป์หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ อัตราคงที่ 200 บาท — — ตัวอย่างค่าธรรมเนียมราชการรวมตามระดับทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ค่า บอจ.2 ค่าจดจัดตั้ง อากรแสตมป์ รวมค่าธรรมเนียมราชการ 1,000,000 บาท 500 บาท 5,000 บาท 200 บาท 5,700 บาท 2,000,000 บาท 1,000 บาท 10,000 บาท 200 บาท 11,200 บาท 5,000,000 บาท 2,500 บาท 25,000 บาท 200 บาท 27,700 บาท สำหรับ บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท จะมีภาระค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์รวม 11,200 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเตรียมนอกจากค่าธรรมเนียมราชการ ทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งเท่าไหร่ดี กฎหมายกำหนดมูลค่าหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท และผู้เริ่มก่อการต้องถือครองอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น แต่ไม่ได้บังคับทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเป็นตัวเงิน การกำหนดทุนจดทะเบียนขึ้นอยู่กับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนจริงและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ข้อควรพิจารณาคือ หากทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท กิจการจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME (กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี และกำไรส่วนที่เกินคิด 15%) ได้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ ทุนจดทะเบียนบริษัท ตั้งเท่าไรดี และหากต้องการขยายทุนในอนาคต ดูข้อมูลได้ที่ จดทะเบียนเพิ่มทุน จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน หากเตรียมข้อมูลครบถ้วนและผู้เกี่ยวข้องทุกคนยืนยันตัวตนผ่านระบบพร้อมเพรียงกัน กระบวนการยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดจัดตั้งบริษัทสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียวกัน ระยะเวลาที่ใช้ส่วนใหญ่มักหมดไปกับขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การตกลงสัดส่วนผู้ถือหุ้น และการจัดทำหนังสือยินยอมสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หลังจดทะเบียนบริษัทต้องทำอะไรต่อ หน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทเริ่มต้นขึ้นทันทีตั้งแต่วันที่นายทะเบียนอนุมัติการจัดตั้ง โดยมีไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังนี้ ระยะเวลาที่กำหนด หน้าที่ทางกฎหมายและบัญชีที่ต้องดำเนินการ ทันทีหลังจดทะเบียนเสร็จสิ้น เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบริษัท และโอนเงินค่าหุ้นเข้าบัญชีนิติบุคคล ภายใน 30 วันหลังมีลูกจ้างคนแรก ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคม ศึกษารายละเอียดที่ อัปเดตประกันสังคม 2569 ภายใน 30 วันหลังรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ดูขั้นตอนที่ จด VAT ต้องทำอย่างไร ทุกวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) และแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายใน 6 เดือนหลังจดทะเบียนจัดตั้ง จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งแรกเพื่อรับรองกิจการ ภายใน 2 เดือนหลังครึ่งรอบบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ภายใน 4 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA และนำส่งงบการเงินต่อ DBD ภายใน 1 เดือนหลังประชุม ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีพร้อมชำระภาษีผ่านแบบ ภ.ง.ด.50 ย้ายกิจการจากบุคคลธรรมดาเข้าบริษัทต้องจัดการอะไร กรณีเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากบุคคลธรรมดาสู่บริษัทจำกัด ต้องจัดระเบียบ 4 ส่วนสำคัญ สรุป – การจดทะเบียนบริษัท คือก้าวแรกสู่การทำธุรกิจอย่างเป็นระบบ การจดทะเบียนบริษัทจำกัดเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยจำกัดความรับผิดส่วนตัว ช่วยประหยัดภาษีเมื่อธุรกิจเริ่มมีกำไรเติบโต และเปิดโอกาสสู่การรับงานจากลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ การจัดตั้งบริษัทในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เพียงมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน และยืนยันตัวตนผ่าน ThaID สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมควบคู่กันคือการวางระบบเอกสารและการทำบัญชีตั้งแต่วันแรก เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย วางระบบบัญชีให้บริษัทใหม่ตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการบริษัทเปิดใหม่ในการจัดการงานบัญชีและภาษีอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่ายอัตโนมัติ ติดตามรายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์ และเตรียมข้อมูลสำหรับส่งมอบให้ผู้สอบบัญชีเมื่อสิ้นรอบปี – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อวางรากฐานระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานให้กับธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อกำหนดทางภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และติดตามความรู้การบริหารกิจการได้ที่คลังบทความหมวด ธุรกิจ ของ PEAK คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทคนเดียวได้ไหม ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ กฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน สำหรับกฎหมายบริษัทจำกัดคนเดียวยังคงอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมาย ยังไปจดทะเบียนบริษัทที่สำนักงานได้ไหม กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้การยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เป็นช่องทางหลัก หากผู้ประกอบการไม่สะดวกดำเนินการด้วยตนเอง สามารถแต่งตั้งสำนักงานบัญชีหรือตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญช่วยบันทึกและยื่นคำขอในระบบแทนได้ ใช้บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้ไหม สามารถใช้บ้านพักอาศัยของตนเองเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทได้ หรือหากเป็นสถานที่เช่าหรือบ้านของบุคคลอื่น จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านและเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ประกอบคำขอ เปิดบริษัทแล้วไม่มีพนักงานได้ไหม สามารถทำได้ บริษัทจำกัดไม่จำเป็นต้องมีการจ้างพนักงานประจำ โดยกรรมการผู้มีอำนาจสามารถเป็นผู้บริหารจัดการงานทั้งหมดได้เอง แต่บริษัทยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดทำบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และนำส่งงบการเงินประจำปีตามปกติ จดบริษัทแล้วเลิกได้ไหม สามารถเลิกกิจการได้ แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงยื่นชำระภาษีและแจ้งต่อกรมสรรพากรให้เสร็จสิ้น การปล่อยบริษัททิ้งไว้โดยไม่ปิดงบการเงินจะทำให้มีโทษปรับตามกฎหมายทั้งต่อตัวบริษัทและกรรมการ ทุนจดทะเบียนต้องมีเงินจริงในบัญชีไหม ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นที่จอง ซึ่งผู้ถือหุ้นต้องโอนเงินค่าหุ้นเข้าสู่บัญชีบริษัทจริง และกรรมการต้องเก็บหลักฐานการรับชำระเงินค่าหุ้นไว้สำหรับให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ขอหนังสือรับรองบริษัทได้ที่ไหน เมื่อการจดทะเบียนเสร็จสิ้น ระบบจะออกหนังสือรับรองนิติบุคคลในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้ดาวน์โหลด หากต้องการขอฉบับใหม่ในภายหลัง สามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการ e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตลอดเวลา รายได้เท่าไหร่ควรจดบริษัท ไม่มีเกณฑ์รายได้บังคับตายตัว แต่ในทางภาษี เมื่อธุรกิจมีกำไรสุทธิเกินประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME มักจะประหยัดกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ควรนำปัจจัยเรื่องความพร้อมในการทำบัญชี ความต้องการของลูกค้าองค์กร และความเสี่ยงทางธุรกิจมาพิจารณาร่วมด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

14 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร จดที่ไหน ใช้เอกสารอะไร สรุปครบจบ

เปิดร้านค้าออนไลน์หรือเริ่มทำธุรกิจ แล้วมีคนบอกว่า “ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยนะ” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ต่างจากทะเบียนบริษัทยังไง ทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารที่ยืนยันว่าคุณทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) บทความนี้สรุปครบทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องรู้ ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ทะเบียนพาณิชย์ คือหลักฐานทางกฎหมายที่แสดงว่าคุณได้แจ้งเปิดกิจการค้าต่อหน่วยงานรัฐแล้ว ตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์กำหนดไว้ว่า กิจการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อมาขายไป เปิดร้านอาหาร รับจ้างผลิต หรือขายของออนไลน์ กฎหมายกำหนดให้แจ้งจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อให้รัฐรู้ว่ามีธุรกิจนี้อยู่จริง ข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ ใบทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ต่างจากสำเนาทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ใบทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารตัวจริงที่นายทะเบียนออกให้หลังจดทะเบียนเสร็จ ระบุชื่อร้าน ที่ตั้ง ประเภทกิจการ และเลขทะเบียน ต้องแสดงไว้ ณ สถานที่ประกอบการให้เห็นชัดเจน สำเนาทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารคัดสำเนาจากสำนักงานทะเบียน ใช้ยื่นประกอบการเปิดบัญชีธนาคารชื่อร้านค้า สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace หรือทำสัญญาทางธุรกิจ ขอคัดได้ที่หน่วยงานที่จดทะเบียนไว้ เลขทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ดูได้จากตรงไหน เลขทะเบียนพาณิชย์ คือรหัสตัวเลขที่ระบุอยู่บนใบทะเบียนพาณิชย์ ใช้อ้างอิงในเอกสารทางธุรกิจ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ ระบบฐานข้อมูลของ DBD โดยค้นจากชื่อร้านหรือเลขทะเบียนโดยตรง ทะเบียนพาณิชย์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร ทะเบียนพาณิชย์ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า “Commercial Registration” ส่วนใบทะเบียนพาณิชย์ เรียกว่า “Commercial Registration Certificate” ใช้ในเอกสารติดต่อคู่ค้าต่างประเทศหรือสมัครบริการที่ต้องการหลักฐานธุรกิจภาษาอังกฤษ ทะเบียนพาณิชย์ กับ ทะเบียนการค้า เหมือนกันไหม ทะเบียนการค้า คือชื่อเดิมของทะเบียนพาณิชย์ เป็นสิ่งเดียวกัน แค่เปลี่ยนชื่อเรียกตามกฎหมายที่ปรับปรุง ผู้ประกอบการหลายคนยังคุ้นเคยกับคำว่า “ทะเบียนการค้า” ซึ่งใช้กันมาก่อน ปัจจุบันเอกสารทางการทั้งหมดใช้คำว่า “ทะเบียนพาณิชย์” ดังนั้นถ้าเจอทั้งสองคำ ให้เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน ทะเบียนพาณิชย์ ต่างจากทะเบียนบริษัท (หนังสือรับรอง) อย่างไร หลายคนสับสนระหว่างทะเบียนพาณิชย์กับหนังสือรับรองบริษัท สรุปความแตกต่างหลักให้ดูง่ายๆ หัวข้อ ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองบริษัท ใช้สำหรับ ผู้ประกอบการรายบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำการค้า บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ออกโดย สำนักงานเขต, อำเภอ, เทศบาล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุนจดทะเบียน ไม่ต้องมี ต้องระบุทุนจดทะเบียน ความซับซ้อน ง่าย ใช้เวลาไม่ถึงวัน ซับซ้อนกว่า มีหลายขั้นตอน ถ้าคุณทำธุรกิจในชื่อตัวเอง ยังไม่ได้จดบริษัท เอกสารนี้คือหลักฐานหลักที่ต้องมี แต่ถ้าจดบริษัทจำกัดแล้ว ก็อาจต้องจดเพิ่มด้วยหากกิจการเข้าข่ายตามกฎหมายกำหนด อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การจดทะเบียนบริษัท ใครต้องจดทะเบียนพาณิชย์บ้าง ผู้ประกอบกิจการค้าทุกประเภทที่อยู่ในรายการตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ต้องจดทะเบียน ตัวอย่างเช่น ซื้อมาขายไป ขายอาหาร เป็นนายหน้า รับจ้างผลิต โรงสี โรงเลื่อย หรือให้บริการต่างๆ บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ทั้งคนทำธุรกิจในชื่อตัวเองและนิติบุคคล (บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วน) จดได้ทั้งคู่ คนทำธุรกิจในชื่อตัวเองจดในชื่อส่วนตัว ส่วนนิติบุคคลจดในชื่อบริษัทหรือห้าง กิจการ e-commerce ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือทะเบียนพาณิชย์สำหรับกิจการที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะขายบน Shopee, Lazada, Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ตัวเอง หากมีรายได้จากการขายออนไลน์ ต้องจดทะเบียนประเภทนี้ภายในกำหนดเดียวกับทะเบียนพาณิชย์ปกติ (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2553) ข้อแตกต่างจากทะเบียนพาณิชย์ปกติคือ ต้องระบุ URL เว็บไซต์หรือชื่อบัญชีที่ใช้ขายของออนไลน์ด้วย ทำไมต้องจดทะเบียนพาณิชย์ สำคัญอย่างไร การจดทะเบียนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กิจการ เปิดบัญชีในชื่อร้านค้าได้ สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace ได้ง่ายขึ้น ใช้ประกอบการขอสินเชื่อธุรกิจ และแสดงตัวตนต่อคู่ค้าหรือลูกค้าว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ มีโทษอะไร หากไม่จดตามกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง แม้ค่าปรับไม่สูง แต่ผลเสียทางธุรกิจหนักกว่า เพราะจะเสียโอกาสต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น ข้อควรรู้เบื้องต้นในการจดทะเบียนพาณิชย์ (เอกสาร สถานที่ และค่าธรรมเนียม) ก่อนไปจดทะเบียน เตรียมข้อมูลและเอกสารให้พร้อม บทความนี้สรุปภาพรวมให้เข้าใจง่าย สำหรับขั้นตอนละเอียดแบบ step-by-step จะมีบทความเฉพาะเรื่องแยกต่างหาก เอกสารที่ใช้จดทะเบียนพาณิชย์ มีอะไรบ้าง เอกสารหลักที่ต้องเตรียม กรณีนิติบุคคล ต้องเตรียมหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจเพิ่มเติม จดทะเบียนพาณิชย์ที่ไหน สถานที่จดทะเบียนขึ้นอยู่กับที่ตั้งของกิจการ จดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์ ทำได้ไหม ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มเปิดให้ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ DBD แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ แนะนำตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรืออำเภอในพื้นที่ก่อนว่ารองรับการยื่นออนไลน์หรือไม่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ต่ำมาก สรุปเป็นตารางให้ดูง่ายๆ รายการ ค่าธรรมเนียม จดทะเบียนใหม่ 50 บาท เปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท ยกเลิกทะเบียน 20 บาท ขอคัดสำเนา 30 บาทต่อฉบับ อยากจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องเริ่มต้นอย่างไร สรุป 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนไปจดทะเบียน สำหรับขั้นตอนครบถ้วนตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้ใบทะเบียน อ่านต่อที่บทความ “จดทะเบียนพาณิชย์ฉบับสมบูรณ์” (เร็วๆ นี้) สรุป: ทะเบียนพาณิชย์คืออะไร จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ หลังจดทะเบียนพาณิชย์ สิ่งที่ต้องทำต่อคือจัดการบัญชีและเตรียมตัวเรื่องภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่ออกเอกสารธุรกิจ บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ บุคคลธรรมดา เสียภาษีเท่าไหร่ การจดทะเบียนไม่ได้ทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยตรง ภาษีที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับรายได้และประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามปกติ และหากยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มอีกด้วย ทะเบียนพาณิชย์หมดอายุไหม ต้องต่ออายุไหม ทะเบียนพาณิชย์ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องต่ออายุ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนชื่อร้าน หรือเปลี่ยนประเภทกิจการ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน หากเลิกกิจการก็ต้องแจ้งยกเลิกทะเบียนด้วย จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องจด VAT ด้วยไหม ไม่จำเป็นต้องจด VAT ทันที ทะเบียนพาณิชย์กับทะเบียน VAT เป็นคนละเรื่องกัน จด VAT เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร จดทะเบียนพาณิชย์ ใช้เวลากี่วัน โดยทั่วไปใช้เวลา 1 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง บางพื้นที่อาจเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอย่างไร ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องเก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายไว้ใช้ยื่นภาษีประจำปี ส่วนนิติบุคคลต้องจัดทำบัญชีและส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนด การจัดการบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เรื่องภาษีไม่ยุ่งยากในภายหลัง ลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ออกแบบมาสำหรับ SME มือใหม่โดยเฉพาะหา โดย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

29 พ.ย. 2023

PEAK Account

16 min

รายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท?

เราควรจดบริษัทเมื่อไหร่ ในแง่ตัวเลขจะดูได้ 2 มุม คือ 1. ด้านภาษี ต้องคำนวณเปรียบเทียบภาษีของบุคคลที่มีอัตราขั้นบันไดที่ 0-35% และภาษีบริษัทที่ 0-20% ถ้าดูที่เพดานภาษีไม่ใช่ว่าบริษัทจะมีภาษีที่ถูกกว่าเพราะวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน 2. ด้านบัญชี การเป็นบริษัทจะมีต้นทุนจัดการธุรกิจที่เพิ่มมาก เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และค่าจัดตั้งบริษัท ในเชิงตัวเลขเราต้องมาพิจารณาว่าถ้าเป็นบริษัทแล้ว ภาษีที่ประหยัดได้จะคุ้มค่ากับต้นทุนในการจัดการธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เมื่อทำธุรกิจมาระยะหนึ่ง คำถามที่จะปึ๊งขึ้นมาในหัวของผู้ประกอบการหลายคน คือ เมื่อไหร่ที่เราต้องจดบริษัท? รายได้หรือกำไรเท่านี้ถือว่าเยอะพอที่จะจดบริษัทแล้วหรือยัง? ผมเคยได้ทำบทความเรื่อง ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดีที่สุด? แนะนำให้อ่านก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นครับ แต่ถ้าอยากมองแบบง่ายๆ บทความนี้ผมจะพาทุกคนมาดูในมุมของตัวเลขกันครับว่าตัวเลขเท่าไหร่ที่ควรจดบริษัทดีครับ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หลักคิดที่เราจะนำมาพิจารณาจะเน้นในเรื่องของตัวเลขทางการเงินทั้งด้านบัญชีและภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการ โดยผมได้แบ่งออกมาเป็น 6 หัวข้อย่อย ดังนี้ครับ 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง 6. ค่าใช้จ่ายแฝง 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน เบื้องต้นต้องดูว่าในนามบุคคลธรรมดาคุณเสียภาษีสูงสุดที่อัตราเท่าใดในช่วง 5%-35% จากนั้นเอามาเทียบกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดที่ 20% ถ้าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่า 20% ก็เป็นอาจสัญญาณแรกแล้วว่าคุณต้องเริ่มจดทะเบียนบริษัท แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เรามาดูข้อต่อไปกันครับ 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs กรมสรรพากรมีการกำหนดลักษณะเฉพาะของ SMEs ขึ้นมาเพื่อบรรเทาภาระภาษีและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเงื่อนไขการเป็น SMEs มี 2 ข้อ คือ กำไรสุทธิทางภาษี อัตราภาษี 0 -300,000 บาท ยกเว้นภาษี 300,0001 – 3,000,000 บาท 15% มากกว่า 3,000,000 ขึ้นไป 20% 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ การที่มีอัตราภาษีบุคคลธรรมดาสูงกว่านิติบุคคลอาจไม่ได้สรุปว่าควรต้องจดเป็นบริษัทเพราะอัตราภาษีที่ต่างกันมาจากวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกันนั่นเองครับ เราลองมาดูวิธีคำนวณภาษีทั้งสองประเภทกันครับ 1. การคำนวณภาษีของบุคคลธรรมดา Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ Step 2 : เงินได้สุทธิ คูณ อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 2. การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย* = กำไรทางบัญชี Step 2 : กำไรทางบัญชี บวก/หัก รายการปรับปรุงทางภาษี = กำไรทางภาษี Step 3 : กำไรทางภาษี คูณ อัตราภาษีนิติบุคคลสูงสุด 20% = ภาษีที่ต้องจ่าย สรุปแล้วเราไม่ได้ดูแค่อัตราภาษี แต่ให้ดูที่จำนวนเงินที่เสียภาษีเพื่อเปรียบกัน แม้อัตราภาษีจะสูงกว่าแต่อาจพบว่าจำนวนภาษีที่เสียน้อยกว่าก็ได้ครับ เพราะขึ้นกับหลายปัจจัยเช่น อัตราการหักค่าใช้จ่ายของเราได้มากแค่ไหน สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เยอะไหม หรือว่าเรามีรายการปรับปรุงภาษีที่ให้ประโยชน์ต่อเราไหม ผมขอยกตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบความประหยัดทางภาษีเงินได้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น โดยเงื่อนไขคือบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายตามจริง และมีเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัวเท่านั้น ขณะที่นิติบุคคลมีรายได้ไม่ถึง 30 ล้าน และทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทจึงเข้าเงื่อนไขอัตราภาษีของ SMEs และไม่มีรายการปรับปรุงทางภาษีใดๆ เกิดขึ้น ตัวอย่างที่ 1 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 1 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 4.4 แสน Step 2 : เงินได้สุทธิ 4.4 แสน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 21,500 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน = กำไรทางบัญชี 5 แสนบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 5 แสน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 5 แสนบาท  Step 3 : กำไรทางภาษี 5 แสน * อัตราภาษีSMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 30,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1 ล้านบาท บุคคลธรรมดาจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบริษัท ตัวอย่างที่ 2 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 2 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 1.44 ล้านบาท Step 2 : เงินได้สุทธิ 1.44 ล้าน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 225,000 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1 : รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสนบาท = กำไรทางบัญชี 1.5 ล้านบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 1.5 ล้าน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 1.5 ล้านบาท Step 3 : กำไรทางภาษี 1.5 ล้าน * อัตราภาษี SMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 180,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1.5 ล้านบาท บริษัทจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร เอ๊ะ เราดูเรื่องตัวเลขทำไมต้องคุยเรื่องของเอกสารกันนะ! หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมา ผมจะบอกว่ามันสัมพันธ์กันครับ เพราะบุคคลธรรมดาที่จ่ายค่าใช้จ่ายแล้วขอเอกสารจากผู้ขายไม่ได้ หรือไม่อยากยุ่งยากในการจัดเก็บเอกสาร รายได้บางประเภทสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ทำให้ไม่ต้องเก็บเอกสารเป็นหลักฐานรายจ่าย แต่ถ้าเกิดว่ารายจ่ายที่จ่ายจริงมันสูงกว่าอัตราเหมาล่ะ เช่น จ่ายจริง 1 แสน แต่หักเหมาได้เพียง 6 หมื่น? แบบนี้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเอกสารมากขึ้น เพราะทุกรายจ่ายต้องมีเอกสารพิสูจน์จึงจะใช้รายจ่ายแบบตามจริงได้ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวจดบริษัทในอนาคตด้วย เพราะว่ารายจ่ายของบริษัทต้องมีเอกสารทุกอย่างครับ 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง เวลาเสียภาษีเงินได้จะดูที่กำไรของธุรกิจ แต่เคยได้ยินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กันไหมครับ เป็นภาษีอีกตัวที่เราที่ต้องสนใจ เพราะมันจะพิจารณาจากยอดรายได้ไม่ใช่กำไรของธุรกิจ ถามว่าทำไมต้องให้ความสนใจมัน กล่าวๆง่ายคือ ตอนจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มทำได้ง่าย แต่ตอนจะเลิกบริษัทจะมีขั้นตอนที่ต้องรอตรวจสอบนานและอาจถูกปรับเงินเพิ่มจากการทำผิดได้ เรียกว่าเข้าง่ายออกยากนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือบริษัทเมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการในปีเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลต่อภาระทางภาษีที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อขายสินค้า ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย ต้องนำส่งแบบ ภ.พ.30 ให้กรมสรรพากรทุกเดือน เมื่อไม่ว่าบุคคลหรือบริษัทต้องก็ต้องทำ แล้วเราจะพิจารณาเรื่องนี้กันทำไมละ? มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ คือ 6. ค่าใช้จ่ายแฝง ที่กล่าวมาข้างต้นจะเน้นเรื่องของความประหยัดในมุมภาษีเป็นหลัก ซึ่งเมื่อบริษัทมีกำไรสูงมากจนถึงจุดหนึ่งการเป็นบริษัทจะคุ้มค่ามากกว่าในด้านภาษี แต่เราลองมองกันในอีกด้านหนึ่งคือ การจดบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเพิ่ม คือ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดทุกๆ ปี เช่น ค่าบริการทำบัญชีและค่าตรวจสอบบัญชี ซึ่งมูลค่ารวมๆ แล้วก็อาจสูงถึง 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้นเราต้องเปรียบเทียบเพิ่มด้วยว่าภาษีที่เราประหยัดไปคุ้มค่ากับเงิน (กระแสเงินสด) ที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อจดบริษัทสามารถประหยัดภาษีได้เพิ่มขึ้น 50,000 บาท แต่เรามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 100,000 บาท แบบนี้ก็อาจไม่คุ้มค่าใช่ไหมครับ สรุปแล้วรายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท? สรุปแล้วการพิจารณาว่าจะจดบริษัทไหมในมุมของจำนวนเงินจะดูได้ 2 มุม คือ ด้านภาษี และการจัดการธุรกิจ ในส่วนของภาษีจะพิจารณาการประหยัดภาษีเงินได้เป็นหลัก ซึ่งรูปแบบไหนประหยัดกว่าคงตอบได้ยากอยู่เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ การหักค่าใช้จ่าย ในส่วนด้านต้นทุนของการบริหารจัดการธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นก็อาจเป็นอีกการตัดสินใจว่าถ้าเราจดบริษัทแล้วประหยัดภาษีได้มากขึ้น และมันคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเพิ่มเป็นค่าจดบริษัท ค่าทำบัญชีรายเดือน และค่าสอบบัญชีรายปีหรือไม่ ดังนั้นผมไม่อาจฟันธงได้ว่ารายได้หรือกำไรเท่าไหร่ควรจดบริษัท แต่ผู้ประกอบต้องลองคำนวณและเปรียบเทียบเองตามขั้นตอนที่ได้ให้ตัวอย่างไว้เบื้องต้น ซึ่งจะได้คำตอบที่ดีที่สุดครับ หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณยังไม่แน่ใจหรืออยากได้ความมั่นใจเพิ่มว่าควรต้องจดเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลแล้วหรือยัง ที่ PEAK เรามีพันธมิตรสำนักงานบัญชีมากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมช่วยดูแลคุณ สนใจ คลิก

19 ต.ค. 2026

PEAK Account

31 min

จดทะเบียนบริษัท ต้องทำอะไรบ้าง ขั้นตอน เอกสาร ค่าใช้จ่าย ครบจบ

จดทะเบียนบริษัท คืออะไร และสำคัญอย่างไร จดทะเบียนบริษัท (Company Registration) คือการจัดตั้งบริษัทจำกัดเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หลังจดเสร็จ บริษัทจะมีเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลัก ทำสัญญา เปิดบัญชีธนาคาร และเสียภาษีในนามบริษัทแยกจากผู้ถือหุ้น การจดทะเบียนบริษัทมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อย 3 ด้าน ตลอดบทความนี้จะใช้กรณีศึกษาของคุณภูมิและคุณแพร (ชื่อสมมุติ) ที่รับจ้างขนส่งสินค้าให้โรงงานในนามบุคคลธรรมดามา 3 ปี และกำลังจะเปิด บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท เพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพในทางปฏิบัติจริง บริษัทจำกัดต่างจากห้างหุ้นส่วนและทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ประเด็นเปรียบเทียบ ทะเบียนพาณิชย์ (บุคคลธรรมดา) ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สถานะทางกฎหมาย ไม่ใช่นิติบุคคล นิติบุคคล นิติบุคคล จำนวนผู้ก่อตั้งขั้นต่ำ 1 คน 2 คน 2 คน ความรับผิดชอบในหนี้สิน ไม่จำกัดจำนวน หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด จำกัดไม่เกินค่าหุ้นที่ค้างชำระ อัตราภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา 0–35% นิติบุคคล สูงสุด 20% นิติบุคคล สูงสุด 20% ข้อกำหนดผู้สอบบัญชี ไม่ต้องมี CPA หรือ TA ตามเกณฑ์ขนาดทุน ต้องตรวจสอบโดย CPA ทุกปี ผู้ประกอบการสามารถศึกษาการเปรียบเทียบเชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่บทความ บจก. หรือ หจก. เลือกแบบไหนดี ควรจดทะเบียนบริษัทเมื่อไหร่ แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่บังคับให้ต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท แต่มีสัญญาณบ่งชี้สำคัญที่แสดงว่าธุรกิจถึงเวลาเปลี่ยนผ่านจากบุคคลธรรมดาสู่นิติบุคคล สัญญาณบ่งชี้ทางธุรกิจ เหตุผลสนับสนุน กำไรสุทธิเกินประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเริ่มสูงกว่าอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME ลูกค้าองค์กรกำหนดให้เป็นนิติบุคคล จำเป็นต้องมีหนังสือรับรองบริษัทเพื่อขึ้นทะเบียนผู้ขายและเข้าประมูลงาน มีผู้ร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป สามารถจัดสรรสัดส่วนความเป็นเจ้าของและผลตอบแทนผ่านจำนวนหุ้นได้อย่างโปร่งใส ความเสี่ยงและความรับผิดทางธุรกิจสูงขึ้น สัญญาจ้างมูลค่าสูงหรือการบริหารยานพาหนะหลายคันสร้างความเสี่ยงต่อทรัพย์สินส่วนตัว ต้องการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจของธนาคาร สถาบันการเงินพิจารณาวงเงินสินเชื่อจากงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี ความพร้อมในการทำบัญชีอย่างเป็นระบบ บริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีและปิดงบการเงินส่งหน่วยงานรัฐทุกปี ตัวอย่างเทียบภาษีก่อนและหลังจดบริษัท สมมติปี 2568 คุณภูมิมีกำไรจากงานขนส่ง 1.5 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายตามจริงแล้ว) การเปรียบเทียบภาระภาษีระหว่างบุคคลธรรมดากับบริษัทจำกัดที่เข้าเกณฑ์ SME จะเป็นดังนี้ รายการคำนวณภาษี บุคคลธรรมดา บริษัทจำกัด (SME) กำไรสุทธิทางภาษี 1,500,000 บาท 1,500,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ไม่มี เงินได้สุทธิ / ฐานภาษี 1,440,000 บาท 1,500,000 บาท วิธีการคำนวณ อัตราก้าวหน้าขั้นบันได 0–35% ยกเว้น 300,000 แรก ส่วนที่เหลือคิด 15% ยอดภาษีที่ต้องชำระ 225,000 บาท 180,000 บาท ในกรณีนี้ รูปแบบบริษัทเสียภาษีน้อยกว่า 45,000 บาท อย่างไรก็ตาม ต้องนำต้นทุนค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีรายปีมาหักลบเพื่อพิจารณาความคุ้มค่า ผู้ประกอบการสามารถดูรายละเอียดโครงสร้างภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ประเภทธุรกิจมีอะไรบ้าง เปิดบริษัทแล้วมีต้นทุนรายปีเพิ่มอะไรบ้าง การจัดตั้งบริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่องที่ต้องนำมาประเมินล่วงหน้า รายการต้นทุน ความถี่ คำอธิบายประกอบ ค่าบริการจัดทำบัญชี รายเดือน จ้างสำนักงานบัญชีภายนอกหรือมีฝ่ายบัญชีประจำบริษัท ค่าบริการตรวจสอบบัญชี รายปี กฎหมายกำหนดให้บริษัทจำกัดต้องผ่านการตรวจสอบงบการเงินโดย CPA ค่าธรรมเนียมแก้ไขรายการทะเบียน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น การย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ การเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือการเพิ่มทุนจดทะเบียน เวลาในการบริหารจัดการ ต่อเนื่อง การจัดประชุมผู้ถือหุ้น การอนุมัติงบการเงิน และการลงนามในเอกสารธุรกรรม หากภาษีที่ประหยัดได้ต่อปีต่ำกว่าต้นทุนค่าบริการวิชาชีพเหล่านี้ และลูกค้าไม่ได้บังคับเรื่องนิติบุคคล การรอให้ธุรกิจมีกำไรสูงขึ้นอีกระดับก่อนจดทะเบียนจัดตั้งถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล จดทะเบียนบริษัทต้องมีกี่คน การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 (ปรับลดจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ 3 คน) โดยผู้เริ่มก่อการแต่ละคนต้องเข้าชื่อจองหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น และลงนามร่วมกันในหนังสือบริคณห์สนธิ สำหรับกฎหมายบริษัทจำกัดคนเดียวยังคงอยู่ในกระบวนการร่างกฎหมาย จึงยังไม่สามารถจดทะเบียนคนเดียวได้ในปัจจุบัน เปิดบริษัทต้องเตรียมอะไรบ้าง ก่อนเข้าสู่ระบบจดทะเบียนออนไลน์ ผู้ก่อตั้งต้องตกลงและจัดเตรียมข้อมูล 6 ส่วนให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันค่าธรรมเนียมในการแก้ไขข้อมูลในภายหลัง ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายการเอกสารอย่างละเอียดได้ที่บทความ เปิดบริษัท ต้องใช้อะไรบ้าง และศึกษาข้อกำหนดทางกฎหมายได้ที่ หนังสือบริคณห์สนธิ คืออะไร ขั้นตอนจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ทำอย่างไร กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดรับจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ DBD Biz Regist เป็นช่องทางหลัก โดยมีขั้นตอนดำเนินงาน 7 ขั้นตอน ขั้นตอน รายละเอียดการปฏิบัติงาน ข้อกำหนดสำคัญ 1. จองชื่อนิติบุคคล ตรวจสอบความซ้ำซ้อนและยื่นจองชื่อผ่านระบบ ชื่อที่ได้รับอนุมัติมีอายุ 30 วัน ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภายในกำหนด 2. ยืนยันตัวตนเข้าระบบ เข้าสู่ระบบ DBD Biz Regist และยืนยันตัวตนด้วย ThaID ผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคนต้องลงทะเบียน ThaID ล่วงหน้า 3. กรอกข้อมูลหนังสือบริคณห์สนธิ บันทึกข้อมูลชื่อ ที่ตั้ง วัตถุประสงค์ ทุน และรายชื่อผู้เริ่มก่อการ ระบบจะเชื่อมโยงตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร 4. จัดการประชุมจัดตั้งบริษัท อนุมัติข้อบังคับ เลือกตั้งกรรมการ และแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้เริ่มก่อการส่งมอบงานและกิจการทั้งหมดให้แก่คณะกรรมการบริษัท 5. เรียกชำระเงินค่าหุ้น เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระค่าหุ้นครั้งแรกอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้น ต้องดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งภายใน 3 เดือนนับจากวันประชุมจัดตั้ง 6. แนบเอกสารและลงนาม อัปโหลดเอกสารประกอบและลงลายมือชื่อดิจิทัลผ่าน ThaID ผู้เกี่ยวข้องทุกคนต้องกดลงนามในระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ครบถ้วน 7. ชำระค่าธรรมเนียมและรับเอกสาร ชำระเงินค่าธรรมเนียมราชการผ่านช่องทาง e-Payment ระบบจะออกหนังสือรับรองและเอกสารสำคัญในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ เขียนวัตถุประสงค์บริษัทอย่างไรไม่ต้องแก้ทีหลัง วัตถุประสงค์คือกรอบขอบเขตทางกฎหมายที่บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้ ระบบมีชุดวัตถุประสงค์สำเร็จรูปให้เลือกใช้ และเปิดให้เพิ่มข้อความเฉพาะของธุรกิจได้ ตัวอย่างเช่น บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ เลือกชุดวัตถุประสงค์ด้านการขนส่งสินค้า พร้อมเพิ่มข้อกำหนดเรื่องการให้บริการเช่าคลังสินค้าและบริการให้เช่ายานพาหนะ เพื่อรองรับแผนการขยายธุรกิจในอีก 2–3 ปีข้างหน้า การระบุให้ครอบคลุมตั้งแต่แรกช่วยลดค่าธรรมเนียมในการแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิในภายหลัง จดออนไลน์ช่องทางเดียวกระทบผู้ก่อตั้งอย่างไร ผู้ที่มีอำนาจลงนามทุกคนต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน ThaID บนสมาร์ตโฟนและผ่านการพิสูจน์ตัวตนแล้ว หากมีผู้ถือหุ้นอยู่ต่างจังหวัด ไม่จำเป็นต้องเดินทางมารวมตัวเพื่อลงนามในกระดาษเหมือนในอดีต แต่สามารถนัดหมายเวลาเพื่อเข้าไปกดยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่อดิจิทัลในระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเอกสารแนบทุกฉบับต้องจัดเตรียมเป็นไฟล์สแกนที่คมชัด จองชื่อบริษัทอย่างไรให้ผ่านรอบแรก ชื่อที่ยื่นจองต้องไม่ซ้ำหรือมีเสียงเรียกขานคล้ายคลึงกับนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้แล้ว และต้องไม่มีคำต้องห้ามตามระเบียบของนายทะเบียน เช่น คำที่สื่อถึงหน่วยงานภาครัฐ พระนาม หรือคำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย โดยผู้ขอจัดตั้งควรเตรียมชื่อสำรองที่ต้องการไว้อย่างน้อย 2–3 ชื่อ ประชุมจัดตั้งและชำระค่าหุ้นทำในระบบได้พร้อมกัน ผู้เริ่มก่อการสามารถยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทพร้อมกันในวันเดียวได้ หากรวบรวมผู้ถือหุ้นครบถ้วน จัดการประชุมเรียบร้อย และมีการชำระค่าหุ้นตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท แบ่งเป็น 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท มีการเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรก 25% คิดเป็นเงินทุนชำระแล้ว 500,000 บาท ข้อผิดพลาดที่ทำให้คำขอจดทะเบียนถูกตีกลับ จดทะเบียนบริษัทเองหรือจ้างผู้รับจดทะเบียนดี เกณฑ์การพิจารณา ยื่นจดทะเบียนด้วยตนเอง ว่าจ้างสำนักงานบัญชีหรือผู้รับจดทะเบียน ความซับซ้อนของโครงสร้าง เหมาะกับโครงสร้างเรียบง่าย ผู้ถือหุ้น 2–3 คน เหมาะกับโครงสร้างซับซ้อน มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ การร่างข้อบังคับและวัตถุประสงค์ ใช้ชุดข้อความมาตรฐานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สามารถร่างข้อบังคับและสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นเฉพาะตัวได้ เวลาในการตรวจสอบข้อมูล ผู้ประกอบการศึกษาขั้นตอนและตรวจข้อมูลด้วยตนเอง ผู้เชี่ยวชาญช่วยเตรียมเอกสารและตรวจทานความถูกต้อง ภาระค่าใช้จ่าย ชำระเฉพาะค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์ของทางราชการ มีค่าบริการวิชาชีพเพิ่มเติมตามที่ตกลงกับผู้ให้บริการ ค่าจดทะเบียนบริษัท เปิดบริษัทใช้เงินเท่าไหร่ ค่าธรรมเนียมราชการในการจัดตั้งบริษัทจำกัดคำนวณตามขนาดทุนจดทะเบียน ตามกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายการค่าธรรมเนียมทางราชการ อัตราการคำนวณ อัตราขั้นต่ำ อัตราสูงสุด จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) 50 บาท ต่อทุนทุก 100,000 บาท 500 บาท 25,000 บาท จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 500 บาท ต่อทุนทุก 100,000 บาท 5,000 บาท 250,000 บาท อากรแสตมป์หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ อัตราคงที่ 200 บาท — — ตัวอย่างค่าธรรมเนียมราชการรวมตามระดับทุนจดทะเบียน ทุนจดทะเบียน ค่า บอจ.2 ค่าจดจัดตั้ง อากรแสตมป์ รวมค่าธรรมเนียมราชการ 1,000,000 บาท 500 บาท 5,000 บาท 200 บาท 5,700 บาท 2,000,000 บาท 1,000 บาท 10,000 บาท 200 บาท 11,200 บาท 5,000,000 บาท 2,500 บาท 25,000 บาท 200 บาท 27,700 บาท สำหรับ บริษัท ภูมิแพร โลจิสติกส์ จำกัด ซึ่งมีทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท จะมีภาระค่าธรรมเนียมและอากรแสตมป์รวม 11,200 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเตรียมนอกจากค่าธรรมเนียมราชการ ทุนจดทะเบียนบริษัทตั้งเท่าไหร่ดี กฎหมายกำหนดมูลค่าหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าหุ้นละ 5 บาท และผู้เริ่มก่อการต้องถือครองอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น แต่ไม่ได้บังคับทุนจดทะเบียนขั้นต่ำเป็นตัวเงิน การกำหนดทุนจดทะเบียนขึ้นอยู่กับความต้องการเงินทุนหมุนเวียนจริงและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ข้อควรพิจารณาคือ หากทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท กิจการจะไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME (กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี และกำไรส่วนที่เกินคิด 15%) ได้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ ทุนจดทะเบียนบริษัท ตั้งเท่าไรดี และหากต้องการขยายทุนในอนาคต ดูข้อมูลได้ที่ จดทะเบียนเพิ่มทุน จดทะเบียนบริษัทใช้เวลากี่วัน หากเตรียมข้อมูลครบถ้วนและผู้เกี่ยวข้องทุกคนยืนยันตัวตนผ่านระบบพร้อมเพรียงกัน กระบวนการยื่นจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิและจดจัดตั้งบริษัทสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในวันเดียวกัน ระยะเวลาที่ใช้ส่วนใหญ่มักหมดไปกับขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การตกลงสัดส่วนผู้ถือหุ้น และการจัดทำหนังสือยินยอมสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ หลังจดทะเบียนบริษัทต้องทำอะไรต่อ หน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทเริ่มต้นขึ้นทันทีตั้งแต่วันที่นายทะเบียนอนุมัติการจัดตั้ง โดยมีไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังนี้ ระยะเวลาที่กำหนด หน้าที่ทางกฎหมายและบัญชีที่ต้องดำเนินการ ทันทีหลังจดทะเบียนเสร็จสิ้น เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบริษัท และโอนเงินค่าหุ้นเข้าบัญชีนิติบุคคล ภายใน 30 วันหลังมีลูกจ้างคนแรก ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคม ศึกษารายละเอียดที่ อัปเดตประกันสังคม 2569 ภายใน 30 วันหลังรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท ยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ดูขั้นตอนที่ จด VAT ต้องทำอย่างไร ทุกวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป ยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53) และแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายใน 6 เดือนหลังจดทะเบียนจัดตั้ง จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งแรกเพื่อรับรองกิจการ ภายใน 2 เดือนหลังครึ่งรอบบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) ภายใน 4 เดือนหลังวันสิ้นรอบบัญชี จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดย CPA และนำส่งงบการเงินต่อ DBD ภายใน 1 เดือนหลังประชุม ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีพร้อมชำระภาษีผ่านแบบ ภ.ง.ด.50 ย้ายกิจการจากบุคคลธรรมดาเข้าบริษัทต้องจัดการอะไร กรณีเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากบุคคลธรรมดาสู่บริษัทจำกัด ต้องจัดระเบียบ 4 ส่วนสำคัญ สรุป – การจดทะเบียนบริษัท คือก้าวแรกสู่การทำธุรกิจอย่างเป็นระบบ การจดทะเบียนบริษัทจำกัดเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยจำกัดความรับผิดส่วนตัว ช่วยประหยัดภาษีเมื่อธุรกิจเริ่มมีกำไรเติบโต และเปิดโอกาสสู่การรับงานจากลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ การจัดตั้งบริษัทในปัจจุบันมีความสะดวกรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เพียงมีผู้ก่อตั้งอย่างน้อย 2 คน และยืนยันตัวตนผ่าน ThaID สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมควบคู่กันคือการวางระบบเอกสารและการทำบัญชีตั้งแต่วันแรก เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมาย วางระบบบัญชีให้บริษัทใหม่ตั้งแต่วันแรกด้วย PEAK PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการบริษัทเปิดใหม่ในการจัดการงานบัญชีและภาษีอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การออกใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี บันทึกรายรับรายจ่ายอัตโนมัติ ติดตามรายงานทางการเงินแบบเรียลไทม์ และเตรียมข้อมูลสำหรับส่งมอบให้ผู้สอบบัญชีเมื่อสิ้นรอบปี – ทดลองใช้ PEAK ฟรี 30 วัน เพื่อวางรากฐานระบบบัญชีที่ได้มาตรฐานให้กับธุรกิจของคุณตั้งแต่วันนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อกำหนดทางภาษีเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และติดตามความรู้การบริหารกิจการได้ที่คลังบทความหมวด ธุรกิจ ของ PEAK คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทคนเดียวได้ไหม ในปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้ กฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้การจัดตั้งบริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน สำหรับกฎหมายบริษัทจำกัดคนเดียวยังคงอยู่ในขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมาย ยังไปจดทะเบียนบริษัทที่สำนักงานได้ไหม กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้การยื่นจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ DBD Biz Regist เป็นช่องทางหลัก หากผู้ประกอบการไม่สะดวกดำเนินการด้วยตนเอง สามารถแต่งตั้งสำนักงานบัญชีหรือตัวแทนที่มีความเชี่ยวชาญช่วยบันทึกและยื่นคำขอในระบบแทนได้ ใช้บ้านเป็นที่ตั้งบริษัทได้ไหม สามารถใช้บ้านพักอาศัยของตนเองเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทได้ หรือหากเป็นสถานที่เช่าหรือบ้านของบุคคลอื่น จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านและเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ประกอบคำขอ เปิดบริษัทแล้วไม่มีพนักงานได้ไหม สามารถทำได้ บริษัทจำกัดไม่จำเป็นต้องมีการจ้างพนักงานประจำ โดยกรรมการผู้มีอำนาจสามารถเป็นผู้บริหารจัดการงานทั้งหมดได้เอง แต่บริษัทยังคงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดทำบัญชี ยื่นแบบแสดงรายการภาษี และนำส่งงบการเงินประจำปีตามปกติ จดบริษัทแล้วเลิกได้ไหม สามารถเลิกกิจการได้ แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงยื่นชำระภาษีและแจ้งต่อกรมสรรพากรให้เสร็จสิ้น การปล่อยบริษัททิ้งไว้โดยไม่ปิดงบการเงินจะทำให้มีโทษปรับตามกฎหมายทั้งต่อตัวบริษัทและกรรมการ ทุนจดทะเบียนต้องมีเงินจริงในบัญชีไหม ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการเรียกชำระค่าหุ้นครั้งแรกไม่น้อยกว่า 25% ของมูลค่าหุ้นที่จอง ซึ่งผู้ถือหุ้นต้องโอนเงินค่าหุ้นเข้าสู่บัญชีบริษัทจริง และกรรมการต้องเก็บหลักฐานการรับชำระเงินค่าหุ้นไว้สำหรับให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ขอหนังสือรับรองบริษัทได้ที่ไหน เมื่อการจดทะเบียนเสร็จสิ้น ระบบจะออกหนังสือรับรองนิติบุคคลในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้ดาวน์โหลด หากต้องการขอฉบับใหม่ในภายหลัง สามารถยื่นคำขอผ่านระบบบริการ e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ตลอดเวลา รายได้เท่าไหร่ควรจดบริษัท ไม่มีเกณฑ์รายได้บังคับตายตัว แต่ในทางภาษี เมื่อธุรกิจมีกำไรสุทธิเกินประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME มักจะประหยัดกว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทั้งนี้ควรนำปัจจัยเรื่องความพร้อมในการทำบัญชี ความต้องการของลูกค้าองค์กร และความเสี่ยงทางธุรกิจมาพิจารณาร่วมด้วย ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

14 ส.ค. 2026

PEAK Account

15 min

ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร จดที่ไหน ใช้เอกสารอะไร สรุปครบจบ

เปิดร้านค้าออนไลน์หรือเริ่มทำธุรกิจ แล้วมีคนบอกว่า “ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ด้วยนะ” แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร ต่างจากทะเบียนบริษัทยังไง ทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารที่ยืนยันว่าคุณทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ออกโดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) บทความนี้สรุปครบทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการมือใหม่ต้องรู้ ทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ทะเบียนพาณิชย์ คือหลักฐานทางกฎหมายที่แสดงว่าคุณได้แจ้งเปิดกิจการค้าต่อหน่วยงานรัฐแล้ว ตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์กำหนดไว้ว่า กิจการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบกิจการ พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อมาขายไป เปิดร้านอาหาร รับจ้างผลิต หรือขายของออนไลน์ กฎหมายกำหนดให้แจ้งจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อให้รัฐรู้ว่ามีธุรกิจนี้อยู่จริง ข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะ ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกิจการ ใบทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ต่างจากสำเนาทะเบียนพาณิชย์อย่างไร ใบทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารตัวจริงที่นายทะเบียนออกให้หลังจดทะเบียนเสร็จ ระบุชื่อร้าน ที่ตั้ง ประเภทกิจการ และเลขทะเบียน ต้องแสดงไว้ ณ สถานที่ประกอบการให้เห็นชัดเจน สำเนาทะเบียนพาณิชย์ คือเอกสารคัดสำเนาจากสำนักงานทะเบียน ใช้ยื่นประกอบการเปิดบัญชีธนาคารชื่อร้านค้า สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace หรือทำสัญญาทางธุรกิจ ขอคัดได้ที่หน่วยงานที่จดทะเบียนไว้ เลขทะเบียนพาณิชย์ คืออะไร ดูได้จากตรงไหน เลขทะเบียนพาณิชย์ คือรหัสตัวเลขที่ระบุอยู่บนใบทะเบียนพาณิชย์ ใช้อ้างอิงในเอกสารทางธุรกิจ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ ระบบฐานข้อมูลของ DBD โดยค้นจากชื่อร้านหรือเลขทะเบียนโดยตรง ทะเบียนพาณิชย์ ภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไร ทะเบียนพาณิชย์ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า “Commercial Registration” ส่วนใบทะเบียนพาณิชย์ เรียกว่า “Commercial Registration Certificate” ใช้ในเอกสารติดต่อคู่ค้าต่างประเทศหรือสมัครบริการที่ต้องการหลักฐานธุรกิจภาษาอังกฤษ ทะเบียนพาณิชย์ กับ ทะเบียนการค้า เหมือนกันไหม ทะเบียนการค้า คือชื่อเดิมของทะเบียนพาณิชย์ เป็นสิ่งเดียวกัน แค่เปลี่ยนชื่อเรียกตามกฎหมายที่ปรับปรุง ผู้ประกอบการหลายคนยังคุ้นเคยกับคำว่า “ทะเบียนการค้า” ซึ่งใช้กันมาก่อน ปัจจุบันเอกสารทางการทั้งหมดใช้คำว่า “ทะเบียนพาณิชย์” ดังนั้นถ้าเจอทั้งสองคำ ให้เข้าใจว่าหมายถึงสิ่งเดียวกัน ทะเบียนพาณิชย์ ต่างจากทะเบียนบริษัท (หนังสือรับรอง) อย่างไร หลายคนสับสนระหว่างทะเบียนพาณิชย์กับหนังสือรับรองบริษัท สรุปความแตกต่างหลักให้ดูง่ายๆ หัวข้อ ทะเบียนพาณิชย์ หนังสือรับรองบริษัท ใช้สำหรับ ผู้ประกอบการรายบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำการค้า บริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ออกโดย สำนักงานเขต, อำเภอ, เทศบาล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ทุนจดทะเบียน ไม่ต้องมี ต้องระบุทุนจดทะเบียน ความซับซ้อน ง่าย ใช้เวลาไม่ถึงวัน ซับซ้อนกว่า มีหลายขั้นตอน ถ้าคุณทำธุรกิจในชื่อตัวเอง ยังไม่ได้จดบริษัท เอกสารนี้คือหลักฐานหลักที่ต้องมี แต่ถ้าจดบริษัทจำกัดแล้ว ก็อาจต้องจดเพิ่มด้วยหากกิจการเข้าข่ายตามกฎหมายกำหนด อ่านเพิ่มเติมเรื่อง การจดทะเบียนบริษัท ใครต้องจดทะเบียนพาณิชย์บ้าง ผู้ประกอบกิจการค้าทุกประเภทที่อยู่ในรายการตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ต้องจดทะเบียน ตัวอย่างเช่น ซื้อมาขายไป ขายอาหาร เป็นนายหน้า รับจ้างผลิต โรงสี โรงเลื่อย หรือให้บริการต่างๆ บุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล ทั้งคนทำธุรกิจในชื่อตัวเองและนิติบุคคล (บริษัทจำกัด, ห้างหุ้นส่วน) จดได้ทั้งคู่ คนทำธุรกิจในชื่อตัวเองจดในชื่อส่วนตัว ส่วนนิติบุคคลจดในชื่อบริษัทหรือห้าง กิจการ e-commerce ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือทะเบียนพาณิชย์สำหรับกิจการที่ซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะขายบน Shopee, Lazada, Facebook, Instagram หรือเว็บไซต์ตัวเอง หากมีรายได้จากการขายออนไลน์ ต้องจดทะเบียนประเภทนี้ภายในกำหนดเดียวกับทะเบียนพาณิชย์ปกติ (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2553) ข้อแตกต่างจากทะเบียนพาณิชย์ปกติคือ ต้องระบุ URL เว็บไซต์หรือชื่อบัญชีที่ใช้ขายของออนไลน์ด้วย ทำไมต้องจดทะเบียนพาณิชย์ สำคัญอย่างไร การจดทะเบียนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กิจการ เปิดบัญชีในชื่อร้านค้าได้ สมัครเป็นผู้ขายบน marketplace ได้ง่ายขึ้น ใช้ประกอบการขอสินเชื่อธุรกิจ และแสดงตัวตนต่อคู่ค้าหรือลูกค้าว่าเป็นธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ มีโทษอะไร หากไม่จดตามกำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง แม้ค่าปรับไม่สูง แต่ผลเสียทางธุรกิจหนักกว่า เพราะจะเสียโอกาสต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้น ข้อควรรู้เบื้องต้นในการจดทะเบียนพาณิชย์ (เอกสาร สถานที่ และค่าธรรมเนียม) ก่อนไปจดทะเบียน เตรียมข้อมูลและเอกสารให้พร้อม บทความนี้สรุปภาพรวมให้เข้าใจง่าย สำหรับขั้นตอนละเอียดแบบ step-by-step จะมีบทความเฉพาะเรื่องแยกต่างหาก เอกสารที่ใช้จดทะเบียนพาณิชย์ มีอะไรบ้าง เอกสารหลักที่ต้องเตรียม กรณีนิติบุคคล ต้องเตรียมหนังสือรับรองบริษัทและสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจเพิ่มเติม จดทะเบียนพาณิชย์ที่ไหน สถานที่จดทะเบียนขึ้นอยู่กับที่ตั้งของกิจการ จดทะเบียนพาณิชย์ออนไลน์ ทำได้ไหม ปัจจุบันบางพื้นที่เริ่มเปิดให้ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของ DBD แต่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ แนะนำตรวจสอบกับสำนักงานเขตหรืออำเภอในพื้นที่ก่อนว่ารองรับการยื่นออนไลน์หรือไม่ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์ต่ำมาก สรุปเป็นตารางให้ดูง่ายๆ รายการ ค่าธรรมเนียม จดทะเบียนใหม่ 50 บาท เปลี่ยนแปลงรายการ 20 บาท ยกเลิกทะเบียน 20 บาท ขอคัดสำเนา 30 บาทต่อฉบับ อยากจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องเริ่มต้นอย่างไร สรุป 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก่อนไปจดทะเบียน สำหรับขั้นตอนครบถ้วนตั้งแต่เตรียมเอกสารจนได้ใบทะเบียน อ่านต่อที่บทความ “จดทะเบียนพาณิชย์ฉบับสมบูรณ์” (เร็วๆ นี้) สรุป: ทะเบียนพาณิชย์คืออะไร จดทะเบียนเสร็จแล้ว อย่าลืมจัดการบัญชีให้เป็นระบบ หลังจดทะเบียนพาณิชย์ สิ่งที่ต้องทำต่อคือจัดการบัญชีและเตรียมตัวเรื่องภาษี PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ช่วยให้ผู้ประกอบการมือใหม่ออกเอกสารธุรกิจ บันทึกรายรับ-รายจ่าย และเตรียมข้อมูลยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดกิจการ ทดลองใช้ PEAK ฟรี คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนพาณิชย์ บุคคลธรรมดา เสียภาษีเท่าไหร่ การจดทะเบียนไม่ได้ทำให้เสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยตรง ภาษีที่ต้องจ่ายขึ้นอยู่กับรายได้และประเภทธุรกิจ ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องยื่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามปกติ และหากยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพิ่มอีกด้วย ทะเบียนพาณิชย์หมดอายุไหม ต้องต่ออายุไหม ทะเบียนพาณิชย์ไม่มีวันหมดอายุ ไม่ต้องต่ออายุ แต่ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เช่น ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนชื่อร้าน หรือเปลี่ยนประเภทกิจการ ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน หากเลิกกิจการก็ต้องแจ้งยกเลิกทะเบียนด้วย จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องจด VAT ด้วยไหม ไม่จำเป็นต้องจด VAT ทันที ทะเบียนพาณิชย์กับทะเบียน VAT เป็นคนละเรื่องกัน จด VAT เมื่อยอดขายถึง 1.8 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่บทความ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) คืออะไร จดทะเบียนพาณิชย์ ใช้เวลากี่วัน โดยทั่วไปใช้เวลา 1 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง บางพื้นที่อาจเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ต้องทำบัญชีและยื่นภาษีอย่างไร ผู้ประกอบการรายบุคคลต้องเก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายไว้ใช้ยื่นภาษีประจำปี ส่วนนิติบุคคลต้องจัดทำบัญชีและส่งงบการเงินตามที่กฎหมายกำหนด การจัดการบัญชีตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เรื่องภาษีไม่ยุ่งยากในภายหลัง ลองใช้ PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่ออกแบบมาสำหรับ SME มือใหม่โดยเฉพาะหา โดย PEAK โปรแกรมบัญชีออนไลน์ เราพร้อมช่วยผู้ประกอบการจัดการเรื่องภาษีและบัญชีได้อย่างถูกต้องรองรับการเติบโต ช่วยให้ธุรกิจก้าวไปสู่ความสำเร็จ ทดลองใช้งานโปรแกรมบัญชี PEAK ฟรี! 30 วัน มูลค่า 1,200 บาทคลิก   (ไม่มีค่าใช้จ่าย)PEAK Call Center : 1485LINE : @peakaccountสอบถามเพิ่มเติม คลิก 

29 พ.ย. 2023

PEAK Account

16 min

รายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท?

เราควรจดบริษัทเมื่อไหร่ ในแง่ตัวเลขจะดูได้ 2 มุม คือ 1. ด้านภาษี ต้องคำนวณเปรียบเทียบภาษีของบุคคลที่มีอัตราขั้นบันไดที่ 0-35% และภาษีบริษัทที่ 0-20% ถ้าดูที่เพดานภาษีไม่ใช่ว่าบริษัทจะมีภาษีที่ถูกกว่าเพราะวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน 2. ด้านบัญชี การเป็นบริษัทจะมีต้นทุนจัดการธุรกิจที่เพิ่มมาก เช่น ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี และค่าจัดตั้งบริษัท ในเชิงตัวเลขเราต้องมาพิจารณาว่าถ้าเป็นบริษัทแล้ว ภาษีที่ประหยัดได้จะคุ้มค่ากับต้นทุนในการจัดการธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ เมื่อทำธุรกิจมาระยะหนึ่ง คำถามที่จะปึ๊งขึ้นมาในหัวของผู้ประกอบการหลายคน คือ เมื่อไหร่ที่เราต้องจดบริษัท? รายได้หรือกำไรเท่านี้ถือว่าเยอะพอที่จะจดบริษัทแล้วหรือยัง? ผมเคยได้ทำบทความเรื่อง ทำธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลแบบไหนดีที่สุด? แนะนำให้อ่านก่อนจะช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นครับ แต่ถ้าอยากมองแบบง่ายๆ บทความนี้ผมจะพาทุกคนมาดูในมุมของตัวเลขกันครับว่าตัวเลขเท่าไหร่ที่ควรจดบริษัทดีครับ สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท หลักคิดที่เราจะนำมาพิจารณาจะเน้นในเรื่องของตัวเลขทางการเงินทั้งด้านบัญชีและภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการ โดยผมได้แบ่งออกมาเป็น 6 หัวข้อย่อย ดังนี้ครับ 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง 6. ค่าใช้จ่ายแฝง 1. อัตราภาษีที่เสียในปัจจุบัน เบื้องต้นต้องดูว่าในนามบุคคลธรรมดาคุณเสียภาษีสูงสุดที่อัตราเท่าใดในช่วง 5%-35% จากนั้นเอามาเทียบกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุดที่ 20% ถ้าอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงกว่า 20% ก็เป็นอาจสัญญาณแรกแล้วว่าคุณต้องเริ่มจดทะเบียนบริษัท แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย เรามาดูข้อต่อไปกันครับ 2. การเป็นนิติบุคคลแบบ SMEs กรมสรรพากรมีการกำหนดลักษณะเฉพาะของ SMEs ขึ้นมาเพื่อบรรเทาภาระภาษีและเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้แก่นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตลอดจนเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและจูงใจให้เกิดการลงทุน โดยเงื่อนไขการเป็น SMEs มี 2 ข้อ คือ กำไรสุทธิทางภาษี อัตราภาษี 0 -300,000 บาท ยกเว้นภาษี 300,0001 – 3,000,000 บาท 15% มากกว่า 3,000,000 ขึ้นไป 20% 3. จำนวนภาษีที่คำนวณได้ การที่มีอัตราภาษีบุคคลธรรมดาสูงกว่านิติบุคคลอาจไม่ได้สรุปว่าควรต้องจดเป็นบริษัทเพราะอัตราภาษีที่ต่างกันมาจากวิธีคำนวณภาษีที่แตกต่างกันนั่นเองครับ เราลองมาดูวิธีคำนวณภาษีทั้งสองประเภทกันครับ 1. การคำนวณภาษีของบุคคลธรรมดา Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ Step 2 : เงินได้สุทธิ คูณ อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 2. การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล Step 1 : รายได้ หัก ค่าใช้จ่าย* = กำไรทางบัญชี Step 2 : กำไรทางบัญชี บวก/หัก รายการปรับปรุงทางภาษี = กำไรทางภาษี Step 3 : กำไรทางภาษี คูณ อัตราภาษีนิติบุคคลสูงสุด 20% = ภาษีที่ต้องจ่าย สรุปแล้วเราไม่ได้ดูแค่อัตราภาษี แต่ให้ดูที่จำนวนเงินที่เสียภาษีเพื่อเปรียบกัน แม้อัตราภาษีจะสูงกว่าแต่อาจพบว่าจำนวนภาษีที่เสียน้อยกว่าก็ได้ครับ เพราะขึ้นกับหลายปัจจัยเช่น อัตราการหักค่าใช้จ่ายของเราได้มากแค่ไหน สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เยอะไหม หรือว่าเรามีรายการปรับปรุงภาษีที่ให้ประโยชน์ต่อเราไหม ผมขอยกตัวอย่างการคำนวณเปรียบเทียบความประหยัดทางภาษีเงินได้เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น โดยเงื่อนไขคือบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายตามจริง และมีเฉพาะค่าลดหย่อนส่วนตัวเท่านั้น ขณะที่นิติบุคคลมีรายได้ไม่ถึง 30 ล้าน และทุนจดทะเบียนและชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทจึงเข้าเงื่อนไขอัตราภาษีของ SMEs และไม่มีรายการปรับปรุงทางภาษีใดๆ เกิดขึ้น ตัวอย่างที่ 1 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 1 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 4.4 แสน Step 2 : เงินได้สุทธิ 4.4 แสน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 21,500 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 1 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน = กำไรทางบัญชี 5 แสนบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 5 แสน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 5 แสนบาท  Step 3 : กำไรทางภาษี 5 แสน * อัตราภาษีSMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 30,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1 ล้านบาท บุคคลธรรมดาจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบริษัท ตัวอย่างที่ 2 นาย ก มีรายได้จากการขายสินค้า 2 ล้านบาท มีรายจ่ายและต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง 5 แสนบาท บุคคลธรรมดา : Step 1:  รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสน – ลดหย่อนส่วนตัว 6 หมื่น = เงินได้สุทธิ 1.44 ล้านบาท Step 2 : เงินได้สุทธิ 1.44 ล้าน * อัตราภาษีขั้นบันได 5% – 35% = ภาษีที่ต้องจ่าย 225,000 บาท นิติบุคคล (SMEs) : Step 1 : รายได้ขายสินค้า 2 ล้าน – รายจ่าย 5 แสนบาท = กำไรทางบัญชี 1.5 ล้านบาท Step 2 : กำไรทางบัญชี 1.5 ล้าน – รายการปรับปรุงทางภาษี 0 บาท = กำไรทางภาษี 1.5 ล้านบาท Step 3 : กำไรทางภาษี 1.5 ล้าน * อัตราภาษี SMEs = ภาษีที่ต้องชำระ 180,000 บาท จากตัวอย่างจะเห็นว่าที่รายได้ 1.5 ล้านบาท บริษัทจะประหยัดภาษีกว่าการเป็นบุคคลธรรมดา 4. การจัดทำและเก็บเอกสาร เอ๊ะ เราดูเรื่องตัวเลขทำไมต้องคุยเรื่องของเอกสารกันนะ! หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยขึ้นมา ผมจะบอกว่ามันสัมพันธ์กันครับ เพราะบุคคลธรรมดาที่จ่ายค่าใช้จ่ายแล้วขอเอกสารจากผู้ขายไม่ได้ หรือไม่อยากยุ่งยากในการจัดเก็บเอกสาร รายได้บางประเภทสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ทำให้ไม่ต้องเก็บเอกสารเป็นหลักฐานรายจ่าย แต่ถ้าเกิดว่ารายจ่ายที่จ่ายจริงมันสูงกว่าอัตราเหมาล่ะ เช่น จ่ายจริง 1 แสน แต่หักเหมาได้เพียง 6 หมื่น? แบบนี้ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเอกสารมากขึ้น เพราะทุกรายจ่ายต้องมีเอกสารพิสูจน์จึงจะใช้รายจ่ายแบบตามจริงได้ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวจดบริษัทในอนาคตด้วย เพราะว่ารายจ่ายของบริษัทต้องมีเอกสารทุกอย่างครับ 5. รายได้จะถึง 1.8 ล้านบาทแล้วหรือยัง เวลาเสียภาษีเงินได้จะดูที่กำไรของธุรกิจ แต่เคยได้ยินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กันไหมครับ เป็นภาษีอีกตัวที่เราที่ต้องสนใจ เพราะมันจะพิจารณาจากยอดรายได้ไม่ใช่กำไรของธุรกิจ ถามว่าทำไมต้องให้ความสนใจมัน กล่าวๆง่ายคือ ตอนจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มทำได้ง่าย แต่ตอนจะเลิกบริษัทจะมีขั้นตอนที่ต้องรอตรวจสอบนานและอาจถูกปรับเงินเพิ่มจากการทำผิดได้ เรียกว่าเข้าง่ายออกยากนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือบริษัทเมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการในปีเกิน 1.8 ล้านบาท จะต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลต่อภาระทางภาษีที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติมมากขึ้น เช่น ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อขายสินค้า ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อภาษีขาย ต้องนำส่งแบบ ภ.พ.30 ให้กรมสรรพากรทุกเดือน เมื่อไม่ว่าบุคคลหรือบริษัทต้องก็ต้องทำ แล้วเราจะพิจารณาเรื่องนี้กันทำไมละ? มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ คือ 6. ค่าใช้จ่ายแฝง ที่กล่าวมาข้างต้นจะเน้นเรื่องของความประหยัดในมุมภาษีเป็นหลัก ซึ่งเมื่อบริษัทมีกำไรสูงมากจนถึงจุดหนึ่งการเป็นบริษัทจะคุ้มค่ามากกว่าในด้านภาษี แต่เราลองมองกันในอีกด้านหนึ่งคือ การจดบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเพิ่ม คือ ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดทุกๆ ปี เช่น ค่าบริการทำบัญชีและค่าตรวจสอบบัญชี ซึ่งมูลค่ารวมๆ แล้วก็อาจสูงถึง 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้นเราต้องเปรียบเทียบเพิ่มด้วยว่าภาษีที่เราประหยัดไปคุ้มค่ากับเงิน (กระแสเงินสด) ที่เราต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อจดบริษัทสามารถประหยัดภาษีได้เพิ่มขึ้น 50,000 บาท แต่เรามีค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 100,000 บาท แบบนี้ก็อาจไม่คุ้มค่าใช่ไหมครับ สรุปแล้วรายได้หรือกำไรเท่าไหร่ ควรจดทะเบียนเป็นบริษัท? สรุปแล้วการพิจารณาว่าจะจดบริษัทไหมในมุมของจำนวนเงินจะดูได้ 2 มุม คือ ด้านภาษี และการจัดการธุรกิจ ในส่วนของภาษีจะพิจารณาการประหยัดภาษีเงินได้เป็นหลัก ซึ่งรูปแบบไหนประหยัดกว่าคงตอบได้ยากอยู่เพราะขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้ การหักค่าใช้จ่าย ในส่วนด้านต้นทุนของการบริหารจัดการธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นก็อาจเป็นอีกการตัดสินใจว่าถ้าเราจดบริษัทแล้วประหยัดภาษีได้มากขึ้น และมันคุ้มค่ากับจำนวนเงินที่เราต้องจ่ายเพิ่มเป็นค่าจดบริษัท ค่าทำบัญชีรายเดือน และค่าสอบบัญชีรายปีหรือไม่ ดังนั้นผมไม่อาจฟันธงได้ว่ารายได้หรือกำไรเท่าไหร่ควรจดบริษัท แต่ผู้ประกอบต้องลองคำนวณและเปรียบเทียบเองตามขั้นตอนที่ได้ให้ตัวอย่างไว้เบื้องต้น ซึ่งจะได้คำตอบที่ดีที่สุดครับ หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว คุณยังไม่แน่ใจหรืออยากได้ความมั่นใจเพิ่มว่าควรต้องจดเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลแล้วหรือยัง ที่ PEAK เรามีพันธมิตรสำนักงานบัญชีมากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมช่วยดูแลคุณ สนใจ คลิก